'สมเด็จช่วง-หลวงพี่น้ำฝน' เจอ 2 ข้อหาคดีรถโบราณ

  • วันที่ 22 ก.ค. 2559 เวลา 14:07 น.

'สมเด็จช่วง-หลวงพี่น้ำฝน' เจอ 2 ข้อหาคดีรถโบราณ

"ดีเอสไอ" แถลงผลตรวจคดีรถโบราณ "สมเด็จช่วง-หลวงพี่น้ำฝน" เจอ 2 ข้อหา  ผิดเลี่ยงภาษีนำเข้ารถจดประกอบ

เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติกรคดีพิเศษภาค พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้บัญชาการสำนักคดีภาษีอากร และนายมเหสักข์ พันธ์สง่า พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ ร่วมกันแถลงผลการตรวจสอบการครอบครองรถยนต์ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนอุปกรณ์รถเก่า หรือรถดประกอบ ของพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย 2 คัน

พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า สำหรับกรณีรถยนต์โบราณ ยี่ห้อแพนเธอร์ ของพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ซึ่งจากการสบอสวนของดีเอสไอพบว่ารถยนต์คันดังกล่าว มีการสำแดงการนำเข้า โครงรถยนต์เป็นยี่ห้อแพนเธอร์ สำแดงเครื่องยนต์เป็นยี่ห้อจากัวร์ หมายเลขตัวรถ 731 หมายเลขเครื่องยนต์ 8L 66240-L ตรงตามที่ระบุบนแผ่นโลหะที่ติดอยู่ที่เครื่องยนต์ด้านซ้าย ไม่พบร่องรอยการขูดลบหรือแก้ไขหมายเลขตัวถัง หมายเลขเครื่องยนต์ หรือหมายเลขเกียร์ ไม่พบร่องรอยการเจาะบริเวณท่อไอดี ไม่พบร่องรอยเสียดสีใหม่ของน็อตบริเวณใต้ท้องรถยนต์

พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวว่า ผลการสอบสวนพบว่ารถยนต์คันดังกล่าว ข้อเท็จจริงเป็นยี่ห้อแพนเธอร์ ไม่ใช่ยี่ห้อจากัวร์ และมีการจดทะเบียนเป็นรถยนต์ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นคัน และมีการขายต่อกัน 2-3 ทอด ก่อนที่หลวงพี่น้ำฝนจะขอซื้อรถยนต์จากเจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนทำการจ้างคนไทยในประเทศสหรัฐอเมริกาชื่อ P-BOY แยกชิ้นส่วนออกจากกันเป็นเครื่องยนต์ และโครงตัวถังรถยนต์ ลำเลียงขึ้นเรือต่างลำกัน ต่างวันต่างเวลา เพื่อนำเข้ามายังประเทศไทย โดยใช้ชื่อตนเองเป็นผู้นำเข้าเครื่องยนต์ และมีการปลอมลายมือชื่อของนายชรินทร์ นำเข้าโครงตัวถัง ก่อนทำเอกสารเท็จว่าซื้อโครงตัวถังจากนายชรินทร์ ทั้งนี้ ขณะนี้นายชรินทร์ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำจังหวัดนครปฐม โดยพนักงานสอบสวนได้เข้าไปสอบปากคำแล้ว นายชรินทร์ให้การอ้างว่า ถูกปลอมลายมือ ซึ่งดีเอสไอได้ส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อดำเนินการตรวจลายมือชื่อที่แท้จริงต่อไป

"จากนั้น ไปทำการจดประกอบเป็นรถยนต์ไปทำการจดประกอบเป็นรถยนต์กับโรงประกอบ นายธีรวุฒิ จ.สมุทรสาคร ชำระค่าภาษีสรรพสามิตกับกรมสรรพสามิตถูกต้องและจดทะเบียนเป็นรถนต์ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ในชื่อของตนเอง จากหลักฐานเชื่อว่ารถยนต์คันนี้มีการแยกชิ้นส่วนแล้วนำมาจดประกอบจริง โดยหลวงพี่น้ำฝนมีเจตนาแต่ต้นจะนำรถยนต์เข้ามาทั้งคัน แต่ประเทศไทยไม่อนุญาตให้นำรถยนต์เก่าใช้แล้วเข้ามาในราชอาณาจักร จึงหลีกเลี่ยงวิธีการนำเข้าด้วยการแยกชิ้นส่วนกัน" พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าว

พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวด้วยว่า ดังนั้น ทางคดีจึงพิจารณาว่าผู้นำเข้าเครื่องยนต์และผู้นำเข้าโครงตัวถังมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องถือเป็นบุคคลเดียวกัน อันเข้าข่ายเป็นความผิดฐาน "หลีกเลี่ยงอากร" ตามพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ประกอบกับมาตรา 6 พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 โดยมาตรา 6 ระบุว่า ของใดเป็นของที่ครบชุดสมบูรณ์อยู่แล้วจากต่างประเทศ นำเข้ามาโดยแยกชิ้นส่วนเข้ามาเพื่อจะหลีกเลี่ยงภาษี และกลับเข้ามาประกอบเป็นของครบชุดสมบูรณ์ ในกรณีนี้คือเป็นรถยนต์สำเร็จรูปจากต่างประเทศ และแยกชิ้นส่วนเข้ามา ก่อนนำมาประกอบในประเทศเป็นรถยนต์สำเร็จรูปคันเดิม ก็จะเข้าตามมาตรา 6 ซึ่งเป็นความผิดทางแพ่ง เมื่อมีความผิดทางแพ่งแล้ว เป็นความทางอาญาตามพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 จะมีโทษจำคุก 10 ปี และปรับไม่เกิน 10 เท่าของราคาบวกอากร ส่วนผู้ครอบครองก็เป็นความผิดตามาตรา 27 ทวิ ตามพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 4 เท่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการพิจารณาเรียกเก็บอากรในส่วนที่ขาดจากกรมศุลกากร เมื่อได้รับผลแล้วจะดำเนินการเรียกผู้ต้องหามาแจ้งข้อหาต่อไป ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา หรือสอบปากคำหลวงพี่น้ำฝนแต่อย่างใด

อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า สำหรับการตรวจสอบรถยนต์โบราณ ยี่ห้อเมอร์เซเดสเบนซ์ ทะเบียน ขม 99 ซึ่งมีชื่อของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช เป็นผู้ครอบครอง ซึ่งในกระบวนการนำเข้าต่างๆ ดีเอสไอได้เคยแถลงรายละเอียดไปก่อนหน้านี้แล้ว ว่าการนำเข้า การจดภาษีสรรพสามิต หรือการจดภาษีขนส่ง มีการใช้เอกสารเท็จและมีความผิดต่างๆ โดยผู้นำเข้าพิธีการศุลกากรต่อกรมศุลกากร พบความผิดเกี่ยวกับการนำเข้าเครื่องยนต์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีการปลอมเอกสารนำเข้าเพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐหลงผิดในของที่นำเข้า จึงบ่งชี้ถึงเจตนาผู้นำเข้าว่ากระทำผิดฐานร่วมกันลักลอบหนีศุลกากร หรือซื้อรับไว้ด้วยประการใดๆ ซึ่งของหนีภาษีศุลกากร ตามมาตรา 27 และมาตรา 27 ทวิ แห่งพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ซึ่งในคดีนี้ดีเอสไอได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องแล้ว 3 ราย และออกหมายจับ 1 ราย

พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวต่อว่า ในวันนี้สำหรับผู้ครอบครองนั้น จากการพิจารณาตามพยานหลักฐานทั้งหมด ผู้ครอบครองกับผู้เกี่ยวข้องจะมีความผิดฐานร่วมกันมีไว้ครอบครองซึ่งสินค้าโดยรู้ว่าเป็นสินค้าที่มิได้เสียภาษี หรือเสียภาษีไม่ครบ ตามพ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 สืบเนื่องจากพยานหลักฐานชัดเจนว่ารถยนต์คันนี้มีการซื้อขายในราคา 4 ล้านบาท แต่มีการปลอมลายมือชื่อโรงประกอบรถยนต์ผู้อื่น และแจ้งความเท็จต่อเจ้าหน้าที่ว่าประกอบรถยนต์ แสดงมูลค่าราคารถยนต์ในการขอชำระภาษีสรรพสามิต ราคา 570,000 บาท เพื่อให้มีการเก็บค่าภาษีเข้ารัฐต่ำกว่าความเป็นจริง จึงถือว่ามีการประกอบรถยนต์จริง ตามพ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527

แต่ชำระภาษีไม่ถูกต้องและครบถ้วน ซึ่งขณะนี้ดีเอสไอได้ส่งเรื่องให้กรมสรรพสามิตประเมินภาษีเพิ่มเติมแล้ว นอกจากนี้ ยังพบกรกระทำผิดเกี่ยวกับแจ้งข้อความอันเป็นเท็จของผู้แจ้งขอจดทะเบียนที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้รับโอนว่ามีการซื้อขายรถยนต์กันที่ราคา 1 ล้านบาท แต่ความจริงซื้อขายรถยนต์ในราคา 4 ล้านบาท จึงทำให้รัฐรับชำระค่าอากรแสตมป์ไม่ครบถ้วน ทำให้รัฐเสียหาย 105,000 บาท โดยขั้นตอนนี้มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137, 267 ประกอบมาตรา 83 ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนจะดำเนินการออกหมายเรียกบุคคลที่มีความผิดตามกฎหมายมาดำเนินคดีต่อไปโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับสมเด็จช่วง หากเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานและพบว่ามีส่วนใดเกี่ยวข้องก็จะทำหนังสือเชิญไปยังสมเด็จช่วงต่อไป

 

ข่าวอื่นๆ