รัฐเข้มแก้ปัญหานักเรียน-นักเลง เตือนไม่หยุดก่อเหตุเดือดร้อนแน่

วันที่ 26 มิ.ย. 2559 เวลา 15:48 น.
รัฐเข้มแก้ปัญหานักเรียน-นักเลง เตือนไม่หยุดก่อเหตุเดือดร้อนแน่
นายกฯสั่งหน่วยงานเข้มงวดแก้ปัญหานักเรียนตีกัน เตือนให้หยุดก่อเหตุไม่เช่นนั้นทั้งตัวเอง-ผู้ปกครองจะเดือดร้อน

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนนักศึกษา ที่ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.59 ว่า เป็นมาตรการทางกฎหมายเพื่อช่วยลดความสูญเสียทั้งชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน ของนักเรียนนักศึกษา และลดความเดือดร้อนของประชาชนและสังคมที่อาจได้รับผลกระทบจากการกระทำดังกล่าว โดยหน่วยราชการทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน และการบังคับใช้กฎหมาย เช่น ศธ. พม. ยธ. สตช. อสส. ฯลฯ พร้อมสนับสนุนให้การแก้ไขปัญหานักเรียนตีกันสัมฤทธิผลตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีและ หัวหน้าคสช.

"มาตรการที่ออกมาจะทำให้นักเรียนนักศึกษาตระหนักรู้มากขึ้นว่า หากตนเองกระทำผิด อาจถูกกักตัวไว้ และพ่อแม่ผู้ปกครองจะเดือดร้อน เพราะต้องร่วมรับผิดชอบในการกระทำที่เกิดขึ้น โดยอาจถูกเรียกเงินประกัน หรือริบเงินประกันนั้นไว้ ส่วนผู้ที่ยุยงส่งเสริมหรือช่วยเหลือ ก็จะได้รับโทษหนักเบาตามฐานความผิดด้วยเช่นกัน"พล.ต.สรรเสริญกล่าว

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อยากให้สังคมโดยเฉพาะตัวนักเรียนนักศึกษาเข้าใจว่า กฎหมายบ้านเมืองมีความศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้น จึงควรหยุดคิดพิจารณาก่อนจะก่อเหตุในทุกกรณี เพราะทั้งตัวเองและผู้ปกครองจะได้รับความเดือดร้อน รัฐบาลยอมไม่ได้ที่ประชาชนจะลุกขึ้นมาใช้อาวุธทำร้ายร่างกายหรือชีวิตของผู้อื่นตามอำเภอใจ

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า มาตรการที่กำหนดขึ้นเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายทาง คือ การหยุดยั้งพฤติกรรมความรุนแรงของนักเรียนนักศึกษา ให้รู้จักเข็ดหลาบ ซึ่งต้องดำเนินการควบคู่กับต้นทางของปัญหาด้วย เช่น การสร้างความรักความอบอุ่นในครอบครัว บิดามารดาต้องเป็นตัวอย่างที่ดี สถานศึกษาต้องปลูกฝังทัศนคติที่ถูกต้อง ส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์ และดูแลเอาใจใส่ให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด รวมทั้งภาคีเครือข่ายและคนในชุมชนจะต้องมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา

"นายกฯ กำชับ ให้ ศธ. ดำเนินมาตรการทั้ง 16 ข้อ ที่ สอศ.และ สช.ได้ประชุมร่วมกันไปก่อนหน้านี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งเร่งรัดจัดทำคู่มือและแนวทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตามคำสั่ง หน.คสช. และสั่งการให้ทุกหน่วยงานข้างต้นบูรณาการแก้ไขปัญหา โดยถือเป็นวาระสำคัญของการปฏิรูปและจัดระเบียบสังคมที่ต้องทำให้สำเร็จภายในปีนี้

นอกจากนี้ ยังได้ขอความร่วมมือประชาชนและภาคเอกชนร่วมกันเป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแสกับเจ้าหน้าที่ หรือส่งเรื่องมาที่นายกรัฐมนตรีโดยตรง รวมทั้งสนับสนุนการจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์แก่เด็กและเยาวชน เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ เพื่อขจัดปัญหาให้สำเร็จลุล่วงตามแนวทางประชารัฐ"พล.ต.สรรเสริญกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต