"ศานิตย์"จ่อตั้งข้อหาแก๊งลูกตำรวจเพิ่มฐานฆ่าคนตาย

  • วันที่ 04 พ.ค. 2559 เวลา 10:33 น.

"ศานิตย์"จ่อตั้งข้อหาแก๊งลูกตำรวจเพิ่มฐานฆ่าคนตาย

"พล.ต.ท.ศานิตย์"เยี่ยมครอบครัวหนุ่มพิการถูกแก๊งลูกตำรวจรุมยำ จ่อเพิ่มข้อหาฆ่าคนตาย ขอญาติเหยื่อไม่ต้องกลัวอิทธิพลคำขู่ใดๆจะลงมากำกับคดีด้วยตัวเอง

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เดินทางไปเยี่ยมครอบครัวของนายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ชายพิการส่งขนมปังย่านโชคชัย 4 ซึ่งเสียชีวิตในเหตุการณ์ถูกแก๊งลูกตำรวจทำร้ายจนเสียชีวิต เพื่อให้กำลังใจ และปลอมขวัญ เพราะตกเป็นเหยื่อของผู้กระทำผิดในทางอาญา

นายเมธัส ผลประเสริฐ หลานชายของ นายสมเกียรติ กล่าววว่า ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพล หรือการข่มขู่ใด ๆ เพราะพล.ต.ท.ศานิตย์  ลงมาดูแลคดีเอง ส่วนทางคดีความ ตำรวจ สน.โชคชัย แจ้งว่าจะเพิ่มข้อหากลุ่มที่ก่อเหตุอีกในความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา ภายหลังจากมีคลิปของพลเมืองดีที่ถ่ายเอาไว้ได้เป็นหลักฐานสำคัญ

"ทางครอบครัวนายสมเกียรติ ขอขอบคุณประชาชนที่ไม่ได้ละทิ้งกัน"นายเมธัส กล่าว

สำหรับศพของนายสมเกียติขณะนี้ตั้งบำเพ็ญกุศลศพที่จ.นครปฐม บ้านเกิดของผู้ตาย

พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า วันนี้เดินมาตรวจสอบคดีด้วยตัวเอง เพราะอยากให้ทุกคนมั่นใจว่าคนผิดต้องติดคุก แต่ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งนี้จากการตรวจสอบสำนวนพบว่าพยานหลักฐานสมบูรณ์สามารถเอาผิดได้ ในส่วนที่ญาตินายสมเกียรติระบุจะแจ้งความผู้หญิงที่อยู่ในเหตุการณ์ในข้อหายุยง ส่งเสริม ตามมาตรา83 นั้น จะได้รับโทษ2ใน3 เท่านั้น แต่หากตนสามารถพิสูจน์ได้ว่าหญิงคนดังกล่าวอยู่ในเหตุการณ์และมีการตะโกนบอก"เอาเลยๆ เอามันให้ตาย"ตามที่มีการกล่าวอ้าง ตนจะถือว่ามีความผิดเทียบเท่าตัวการร่วม ซึ่งจะต้องรับโทษเทียบเท่าตัวการ คือรับโทษเต็ม

ในส่วนของการแจ้งข้อหาทั้ง6คนนั้น พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ,บุกรุก และร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามป.อาญา ม.288แล้ว ซึ่งที่ญาติและทนายประสงค์อยากให้แจ้งเจตนาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนนั้น จะต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าการที่ไปนำมีดมานั้น ต้องการนำมาเพียงเพื่อป้องกันตนเอง หรือมีเจตนาจะนำมาฆ่านายสมเกียรติจริงๆ ซึ่งหากเป็นกรณีหลังจะเปลี่ยนเป็นความผิดตามป.อาญา ม.289 ซึ่งมีโทษที่สูงกว่า ส่วนที่ผู้ต้องหาอ้างว่ากระทำการไปเพื่อป้องกันตัวเองนั้น ก็ต้องพิสูจน์กันว่าการป้องกันดังกล่าวเกินกว่าเหตุหรือไม่ต่อไป

ในส่วนของการตรวจหาสารเสพติด ทั้ง 6คน ยืนยันไม่พบสารเสพติด หลายคนอาจจะเห็นใจหลายๆฝ่าย ซึ่งตนก็มีความเห็นใจครอบครัวทั้ง2ฝ่าย แต่การเห็นใจดังกล่าวจะไม่นำไปสู่การช่วยเหลือในทางที่ผิดแน่นอน ใครผิดก็ต้องว่ากันไปตามนั้น ในส่วนของตำรวจซึ่งเป็นผู้ปกครองของกลุ่มผู้ต้องหานั้น แท้จริงตนก็อยากนำมาให้ผู้สื่อข่าวซักถาม หรือตอบข้อสงสัยในบางประเด็น แต่สิ่งที่อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าพ่อแม่ที่เป็นตำรวจไม่ได้ทำอะไรผิด และสอนลูกมาดีแล้ว แต่ลูกทำเช่นนี้ ก็ช้ำใจอยู่แล้ว ทั้งนี้ลูกตำรวจมีเป็นแสนเป็นล้าน ที่ได้ดีก็มีอีกเยอะ ตนจึงไม่อยากให้ตั้งเป้าในประเด็นดังกล่าว แต่หากลูกตำรวจคนไหนทำผิดก็ไม่ละเว้น หากลูกตนทำผิดตนก็จับ อย่างไรก็ตามหากทางญาติผู้เสียชีวิต มีอะหรที่ยังค้างคา หรือติดใจ หรือสงสัยในประเด็นไหน หรือมีสิ่งใดที่ตำรวจกระทำไปแล้วไม่ถูกใจ ตนน้อมรับผิดในฐานะผู้บังคับบัญชา และขอให้เข้ามาติดต่อส่วนตัวกับตนได้เลย ตนน้อมรับฟัง เปิดใจ และพร้อมตอบคำถามทุกกรณี

ด้าน พ.ต.อ.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผกก.สน.โชคชัย กล่าวว่า  ขณะนี้สอบปากคำไปแล้ว 13 ปากและฝากขังกลุ่มผู้ต้องหาไปแล้ว ในส่วนของหญิงสาวที่อยู่ในเหตุการณ์นั้น พบว่ามี2คน และเป็นเยาวชนทั้งคู่ คือน.ส.ขวัญ และน.ส.กระแต ซึ่งหลังเกิดเหตุได้นำตัวน.ส.ขวัญมาสอบปากคำแล้ว แต่ยังไม่มีการพูดถึงเรื่องคลิปเสียงที่ระบุว่ายุยง ส่งเสริมให้ทำผิดดังกล่าว ทั้งนี้จะนำตัวน.ส.กระแตมาสอบปากคำ เพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป

เมื่อถามถึงกรณีญาติติดใจว่าขณะเกิดเหตุ และมีตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุ แต่ไม่ได้ช่วยระงับเหตุเท่าที่ควรจะเป็น และยังปล่อยผู้ก่อเหตุบางรายไปนั้น พ.ต.อ.ชัยรพ กล่าวว่า ตรวจสอบแล้วพบว่าวันเกิเลดเหตุนั้น สายตรวจรับแจ้งว่ามีการทำร้ายร่างกาย ตำรวจจึงพยายามวิ่งไปที่เกิดเหตุเพื่อระงับเหตุดังกล่าว โดยะบว่าตำรวจสันติบาลเข้าไปช่วยระงับเหตุด้วย แต่กลับไม่มีใครฟัง จากการตรวจสอบคลิปจึงสอบถามไปยังตำรวจพบว่าพยายามหยุดเหตุดังกล่าวให้สงบ, และหาว่าใครที่ถือมีด หรือใครที่กำลังฟันใคร ต้องเข้าไปหยุดเหตุ ,ส่วนผู้ก่อเหตุที่ถูกปล่อยตัวไปนั้น แท้จริงไม่ได้ปล่อย แต่ให้ไปรพ.เพราะที่เห็นคือถูกฟันจนแขนจะขาด และมีตำรวจสันติบาลเข้าไปช่วยเหตุดังกล่าวก่อนแล้ว

นางธันยชนก ศรีจันทร์ พี่สาวของนายสมเกียรติ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีความกังวล เนื่องจากในวันเกิดเหตุ บุตรสาวตนอยู่ในเหตุการณ์ ระบุว่า วันเกิดเหตุมีผู้หญิงซึ่งเป็นแฟนของผู้ก่อเหตุมาข่มขู่ทำให้ทางครอบครัวกังวลจนไม่กล้ามาพักอาศัยที่ร้าน ขณะนี้ร้านก็ปิด ไม่กล้าเปิดร้าน นอกจากนี้คนในละแวกได้เล่าให้ฟังว่าพบเห็นคนต้องสงสัยมาขับรถวนเวียนผ่านหน้าร้านหลายครั้ง ตนจึงอยากขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบและดูแล 

ทั้งนี้ยืนยันว่านายสมเกียรติไม่เคยเล่าว่าทะเลาะกับกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว และตนก็ไม่ได้รู้จักกับกลุ่มดังกล่าวเช่นกัน พอทราบว่าเป็นลูกตำรวจ ตนไม่สบายใจมาก แต่ขณะนี้ยอมรับว่าสบายใจขึ้นแล้วที่พล.ต.ท.ศานิตย์เข้ามาดูแลด้วยตนเอง ทั้งนี้จะฌาปนกิจศพนายสมเกียรติในวันที่ 5 พ.ค.

ด้านพล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า หากได้รับการยืนยันจากญาติเรื่องการข่มขู่นี้ ตนจะขอพิสูจน์ทราบตัวบุคคล จากนั้นหากพบว่ามีการข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัวดังที่เล่าจริง จะต้องถูกแจ้งข้อหาข่มขู่ผู้อื่นทำให้เกิดความหวาดกลัวต่อไป

ข่าวอื่นๆ