ดีเอสไอชี้ธัมมชโยร้องโดนปลอมลายเซ็นรับเช็คไม่กระทบสำนวน

  • วันที่ 29 เม.ย. 2559 เวลา 17:55 น.

ดีเอสไอชี้ธัมมชโยร้องโดนปลอมลายเซ็นรับเช็คไม่กระทบสำนวน

ดีเอสไอเผยทนายธรรมกายร้องตำรวจถูกอ้างชื่อธัมมชโยรับเช็ค 100 ล้านจากสหกรณ์ ไม่กระทบสำนวน เตรียมขอศาลอนุมัติหมายจับผู้นำเช็ค100 ล้านที่สั่งจ่ายสหกรณ์คลองจั่นไปขึ้นเงิน ระบุเป็นเครือข่ายวัดธรรมกาย

วันที่ 9 เม.ย. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง  อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีที่นายสัมพันธ์  เสริมชีพ ทนายความวัดพระธรรมกาย ปฏิเสธพระธัมมชโย  เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย  ไม่ได้เป็นผู้รับเช็คมูลค่า 100 ล้านบาท ที่สั่งจ่ายจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด พร้อมเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่นำเช็คไปขึ้นเงินว่า  การเข้าร้องทุกข์ของทนายไม่ส่งผลกระทบกับสำนวนการสอบสวนของดีเอสไอ  เพราะในชั้นสอบสวนมีหลักฐานเส้นทางการเงินครบถ้วน ส่วนผู้ที่นำเช็คไปขึ้นเงินเป็นเครือข่ายของวัดพระธรรมกาย  ขณะนี้ดีเอสไออยู่ระหว่างขั้นตอนการขออนุมัติหมายจับจากศาล

แหล่งข่าวจากดีเอสไอ  ระบุว่าเช็คมูลค่า 100 ล้านบาทที่ทนายความนำมาแจ้งความเป็นเพียงเช็ค  1 ในเช็คหลายฉบับที่สั่งจ่ายในชื่อพระราชภาวนาวิสุทธิ์  หรือพระธัมมชโย  โดยมีชื่อของน.ส.ศศิธร  โชคประสิทธิ์  เป็นผู้เซ็นสลักหลักแล้วนำไปขึ้นเงิน   ซึ่งจากการสอบสวนพบว่าสุดท้ายเงินจำนวนดังกล่าวได้ถูกนำไปใช้ในกิจการของวัด  โดยเช็คที่สั่งจ่ายเกี่ยวข้องกับพระธัมมชโยและวัดพระธรรมกายมีกว่า  20  ฉบับ รวมมูลค่ากว่า  1,200  ล้านบาท โดยมีเส้นทางการเงินเป็นลักษณะเข้าบัญชีทั้งทางตรงและทางอ้อม  ทางตรงแบ่งเป็น 3 รูปแบบ คือ เข้าบัญชีพระธัมมชโยโดยตรง  มี 8 ฉบับ มูลค่า431 ล้านบาท  เข้าบัญชีวัดพระธรรมกาย  10  ฉบับ มูลค่า  642 ล้านบาท  และเข้าบัญชีมูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง 5 ฉบับ  มูลค่า 142 ฉบับ  และทางอ้อมคือเงินเข้าสู่บัญชีเครือข่าย  แต่สุดท้ายเส้นทางการเงินจะกลับเข้าสู่กิจการของวัดพระธรรมกาย

ผู้สื่อข่าวรายงานวันเดียวกันนี้ พระพุทธะอิสระ  ได้โพสต์เฟซบุ๊กมีข้อความตอนหนึ่งเรียกร้องให้ญาติธรรมของวัดพระธรรมกายยอมรับในกระบวนการยุติธรรม พร้อมชี้แจงว่าขั้นตอนการทำงานของดีเอสไอมีการพิจารณาในรูปแบบคณะกรรมการ ผ่านการกลั่นกรองและพิจารณาอย่างรอบคอบของคณะกรรมการคดีพิเศษ โดยคดีฟอกเงินของพระธัมมชโยเป็นคดีที่มีพยานเอกสารและพยานบุคคล รวมถึงผู้เสียหายที่เป็นสมาชิกสหกรณ์คลองจั่นฯกว่า 50,000 คน  หากจะมีการออกมาเคลื่อนไหวโจมตีการทำงานของดีเอสไอว่าเร่งรัด  ก็ขอให้นึกถึงผู้ที่ต้องเสียเงินก้อนสุดท้ายของชีวิตที่มีกว่า 50,000 คน ส่วนกรณีที่ระบุว่ามีการคืนเงินให้สหกรณ์กว่า 684  ล้านบาท แต่ความเสียหายจริงมีมากกว่าจำนวนเงิน  กรณีดังกล่าวถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว  ไม่สามารถยอมความได้

 

ข่าวอื่นๆ