สั่งคุมเข้มชายแดน

วันที่ 05 ส.ค. 2553 เวลา 03:09 น.
จี้มาร์คแจงเขมรล้ำแดนไทยสุขุมพันธุ์ยันเอ็มโอยูมีแต่ได้


พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงผลการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ได้มอบหมายให้ พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 และ พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 ดูแลพื้นที่แนวชายแดนไทยกัมพูชา โดยให้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความเคลื่อนไหวตามแนวชายแดนให้เกิดความสงบเรียบร้อย รวมถึงให้ดูแลกลุ่มพลังมวลชนที่อาจจะเดินทางมาชุมนุม เพราะเกรงว่าอาจจะทำให้สร้างความเข้าใจผิดระหว่างไทยกับกัมพูชาด้วย

ขณะที่กลุ่มภาคีคณาจารย์ นักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงปัญหาบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกร่วมไทยกัมพูชา พ.ศ. 2543 หรือเอ็มโอยู ปี2543

นอกจากนี้ ให้ชี้แจงว่าเหตุใดจึงมีชาวกัมพูชาเข้ามาอาศัยในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ทั้งที่เป็นของราชอาณาจักรไทย และคัดค้านการขึ้นปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชาเพียงฝ่ายเดียว
ด้าน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ในฐานะอดีต รมช.ต่างประเทศ ที่ลงนามในเอ็มโอยูปี 2543 ได้ออกแถลงการณ์เรื่องเอ็มโอยูปี 2543 ว่า เอ็มโอยูฉบับดังกล่าวไม่ได้ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียหาย และในมาตรา 5 ของเอ็มโอยูเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายไทยด้วยซ้ำ


ทั้งนี้ เห็นได้จากรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สมัยนั้นได้จัดประชุมเจบีซีถึง 3 ครั้ง และช่วงที่เกิดข้อพิพาทเรื่องเขาพระวิหาร กระทรวงการต่างประเทศได้ใช้เอ็มโอยูฉบับนี้เป็นเอกสารอ้างอิงในการทักท้วงทุกครั้ง ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าเอ็มโอยูฉบับนี้เป็นเครื่องประกันไม่ให้ไทยสูญเสียดินแดนในพื้นที่ทับซ้อน

ด้านสำนักข่าวซินหัวของจีน รายงานว่า ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา กล่าวว่า ขอให้ชาวกัมพูชาไม่ต้องวิตกกังวลถึงสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดน เพราะผู้นำกองทัพทั้งสองฝ่ายได้พบปะหารือกันแล้ว สถานการณ์ชายแดนยังสงบเรียบร้อยดีและยืนหยัดจะปกป้องดินแดนไม่ให้ใครรุกล้ำ