กรมคุมประพฤติแจงให้คนทำผิดบริการสังคมในห้องดับจิตได้

  • วันที่ 17 เม.ย. 2559 เวลา 20:26 น.

กรมคุมประพฤติแจงให้คนทำผิดบริการสังคมในห้องดับจิตได้

กรมคุมประพฤติชี้การทำงานบริการสังคมในห้องดับจิตดำเนินการตามกรอบอำนาจที่กฎหมายกำหนดและสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากล

เมื่อวันที่ 17 เม.ย. พันตำรวจเอกณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยว่า ตามที่มีคำวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับมาตรการคุมประพฤติตามคำสั่งศาล ในกรณีที่จะให้ไปทำงานบริการสังคมด้วยการบำเพ็ญประโยชน์ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล ว่าอาจเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้น กรมคุมประพฤติ ขอชี้แจงดังนี้1.มาตรการดังกล่าวเป็นมติที่ประชุมหลายฝ่าย เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2559 ที่กระทรวงสาธารณสุขเป็นเจ้าภาพ เชิญผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงคมนาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อหามาตรการในการเพิ่มมาตรการความปลอดภัยทางถนน เพื่อลดจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งที่ประชุมได้มีมติร่วมให้กระทรวงสาธารณสุข นำเสนอการลงโทษสำหรับผู้ขับขี่รถขณะมึนเมาสุราต่อท่านประธานศาลฎีกา และปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อโปรดพิจารณาให้ใช้ดุลยพินิจสั่งให้ผู้ถูกคุมประพฤติไปบำเพ็ญประโยชน์ด้วยการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล หรือดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน เพื่อให้ผู้กระทำผิดได้รู้ซึ้งถึงความทุกข์ทรมาน การสูญเสียสมรรถภาพจากการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน เป็นการกระตุ้นให้เกิดจิตสำนึกเพื่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการขับขี่ให้มีความปลอดภัยทางถนนมากขึ้น

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้มีหนังสือถึงกระทรวงยุติธรรม โดยแจ้งว่ากระทรวงสาธารณสุขพร้อมจัดเตรียมสถานบริการหรือโรงพยาบาลทั่วประเทศรับผู้ถูกคุมความประพฤติทำงานบริการสังคม และพร้อมปฎิบัติตามคำสั่งศาลหรือแนวปฏิบัติของกรมคุมประพฤติ

2.การดำเนินการดังกล่าวนั้นสอดคล้องกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ซึ่งมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการทำงานบริการสังคม หรือการบำเพ็ญประโยชน์ว่า ให้ผู้กระทำผิดไปรายงานตัวต่อพนักงานที่ศาลระบุไว้ เพื่อเจ้าพนักงานจะได้ให้คำแนะนำ ช่วยเหลือ หรือตักเตือนตามที่เห็นสมควร หรือจัดให้ทำกิจกรรมบริการสังคม หรือสาธารณประโยชน์​3.ในการบริการสังคมตามคำพิพากษาของศาลหากมีคำสั่งให้บำเพ็ญประโยชน์ด้วยการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลนั้น หากจะมีการนำเข้าห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน หรือห้องดับจิต จะมีการประสานงาน เห็นชอบ ให้ความร่วมมือ และกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น แพทย์ พยาบาล บุคคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาล เจ้าพนักงานคุมประพฤติ ผู้กระทำความผิด และตัวผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือญาติของผู้เสียชีวิต เป็นต้น

4.มาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อลดปริมาณการเกิดอุบัติเหตุทางถนนจากผู้เมาแล้วขับ และขอยืนยันว่าจะดำเนินการตามกรอบอำนาจที่กฎหมายบัญญัติไว้ โดยมีความสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากล  ทั้งนี้ ผู้ที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติ และทำงานบริการสังคมตามคำพิพากษาของศาลนี้ ล้วนเป็นผู้ที่กระทำความผิดทางอาญาและศาลมีคำพิพากษาลงโทษแล้วทั้งสิ้น โดยได้รับโอกาสในการรอการลงโทษจำคุกไว้ แต่การกระทำผิดดังกล่าวจำเป็นต้องมีบทลงโทษและเงื่อนไขการคุมประพฤติ เพื่อให้เกิดความหลาบจำและเกรงกลัวต่อกฎหมาย อันจะส่งผลให้สังคมมีความปลอดภัยและเกิดความสงบสุข

ข่าวอื่นๆ