ระดมสมองเอกชนปฏิรูปประเทศ

  • วันที่ 03 ส.ค. 2553 เวลา 03:34 น.

นพ.ประเวศ วะสี ประธานคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป เข้าร่วมหารือกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ฝากคำถามถึงสมาชิกทั่วประเทศ 2 ข้อ 1.คิดว่าสังคมที่มีความเป็นธรรมที่สุดเป็นอย่างไร และ 2.ให้ช่วยเสนอมาตรการที่จะทำให้สังคมมีความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำ

นพ.ประเวศ เปิดเผยว่า ภาคเอกชนเป็นกลุ่มที่มีเงินทุน ระบบการบริหารจัดการ และเครือข่ายทั่วประเทศ หากนำจุดเด่นของเอกชนมาใช้เพื่อการปฏิรูปน่าจะทำให้เกิดผลได้ โดยเห็นว่านักธุรกิจไม่ควรแยกระหว่างเรื่องหารายได้กับสังคมออกจากกัน เช่น การทำธุรกิจเพื่อสังคมที่ในต่างประเทศให้ความสำคัญมากขึ้น

สมัชชาปฏิรูปจะใช้เวลารวบรวมความเห็นจากเครือข่ายต่างๆ 12 เดือน และส่งให้นายอานันท์ ปันยารชุน ประธานคณะกรรมการกำกับการปฏิรูปประเทศ นำไปวิเคราะห์ โดยจะหารือกับนายอานันท์อีกครั้งในวันที่ 4 ส.ค. ซึ่งการรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ต้องดำเนินการให้ดีเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาใหม่ที่แรงกว่าปัญหาเดิม

“ปัญหาที่มีการเสนอมามากที่สุด คือ ความยุติธรรมและการจัดสรรทรัพยากร ซึ่งการปฏิรูปที่กำลังจะทำจะเป็นการปรับโครงสร้างประเทศ และแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจึงอาจต้องใช้เวลา” นพ.ประเวศ กล่าว

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เอกชนจะรวบรวมแนวทางในการดำเนินการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำสังคมไทย เสนอไปยังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) วันที่ 30 ส.ค.นี้ คณะกรรมการที่ กกร.ตั้งขึ้นจะเชิญองค์กรภาคเอกชนอื่นๆ เข้ามาร่วมด้วย เช่น สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เป็นต้น เพื่อให้เป็นเครือ ข่ายที่ครอบคลุมในทุกภาคส่วน

พร้อมกันนี้ เอกชนจะเสนอมาตรการเร่งด่วนในการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพในประเทศไทย ขอให้รัฐบาลพิจารณาให้สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนแก่ผู้ที่ลงทุนตั้งโรงงานพลาสติกชีวภาพ โดยได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 15 ปี จากเดิม 13 ปี และไม่กำหนดสัดส่วนการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล

ตลอดจนให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้ใช้พลาสติกชีวภาพ นำค่าใช้จ่ายในการซื้อผลิตภัณฑ์หักลดในการคำนวณภาษีได้ 300% ของค่าใช้จ่าย เพื่อลดภาษีเงินได้นิติบุคคล 5 ปี เนื่องจากนักลงทุนไทยสนใจตั้งโรงงานมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท กำลังผลิต 1 แสนตัน

 

ข่าวอื่นๆ