อาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม มิติของป่าและการสืบสาน

วันที่ 27 ก.พ. 2559 เวลา 10:25 น.
อาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม มิติของป่าและการสืบสาน
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ... ชมรมอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม

โลกกำลังต้องการความช่วยเหลือ เรื่องของสิ่งแวดล้อมยิ่งช่วยกันก็ยิ่งดี หนึ่งในกลุ่มอาสาด้านสิ่งแวดล้อมที่ลุยงานอย่างต่อเนื่อง เริ่มต้นนับหนึ่งจากสมาชิกผู้ก่อตั้ง (ฮา) ว่าที่ ร.อ.สราวุฒิ สารคำ ผู้มีความรักและผูกพันกับป่ามาตั้งแต่เด็ก ไม่ต้องแปลกใจเพราะต้นแบบของเขาคือวีรบุรุษแห่งตำนานสานสืบป่า “สืบ นาคะเสถียร” จากหนึ่งนับสอง จากสองนับสี่ ถึงวันนี้กลุ่มฯ มีสมาชิกผู้รักป่ากระจายอยู่ทั่วประเทศ

ว่าที่ ร.อ.สราวุฒิ สารคำ วัย 29 ปี ประธานชมรมอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อมเล่าว่า กลุ่มเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่จัดค่ายอนุรักษ์และจิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์ เริ่มต้นจากความรักป่า ตัวของสราวุฒิเองเป็นเด็กชนบท บ้านเกิดในวัยเยาว์เป็นตีนปลายชายดงป่า สำนึกรักบ้านเกิดและรักป่าท่วมท้นเต็มหัวใจ

 

เริ่มต้นเมื่อ 3-4 ปีก่อน หากจุดเริ่มต้นจริงๆ คงอยู่ในราวชั้น ม. 2 (ฮา)  ได้เข้าค่ายอบรมเยาวชนเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของ จ.แพร่ สะเทือนใจเมื่อรู้ความจริงว่า จ.แพร่ บ้านเกิดมีการตัดไม้ทำลายป่าสูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ได้ความรู้ได้แนวคิดรักษาป่า ที่สำคัญได้รู้จักกับบุคคลคนหนึ่ง สืบ นาคะเสถียร

“นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้รู้จักคุณสืบ วิทยากรได้เล่าชีวประวัติของคุณสืบ ผู้ยอมเสียสละชีวิตเพื่ออุดมการณ์ ความรักป่าของคุณสืบสั่นสะเทือนตัวผมมาก จนผมคิดว่าจะอยู่เฉยๆ ไม่ได้ แม้เราจะเป็นนักเรียน แต่เราต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อป่าที่เรารัก”

 

หลังเรียนจบปริญญาตรี แนวคิดเรื่องพิทักษ์ป่ายังวนเวียนอยู่ในจิตใจ สราวุฒิจบปริญญาตรีด้านวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยธนบุรี จากนั้นศึกษาต่อปริญญาโทด้านป่าไม้ที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เขาก่อตั้งกลุ่มอาสาสมัครฯ ในปี 2555 รวบรวมเพื่อนๆ และชักชวนบุคคลทั่วไปผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก กิจกรรมครั้งแรกจัดขึ้นเดือน ส.ค. 2555 เป็นการปลูกป่าที่อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อุบลราชธานี มีคนมาร่วม 47 คน ยังจำได้ถึงทุกวันนี้

“เริ่มต้นนับหนึ่งแบบนับหนึ่งจริง ผมประกาศเชิญชวนทางโซเชียลเน็ตเวิร์กว่า ใครก็ตามที่สนใจไปเจอกันได้ที่หน้าอุทยานฯประกาศเพียงแค่นี้ นึกว่าจะมีแต่กลุ่มเพื่อนๆ ที่ไป ปรากฏว่าไปเจอกันที่หน้าอุทยานฯ จริงๆ หลายคนมาจากต่างจังหวัดไกลๆ หรือจากภาคใต้ก็ดั้นด้นกันมา”

 

ความประทับใจในน้ำมิตรของเพื่อนผู้มีหัวใจรักษ์ป่า ทำให้สราวุฒิเดินหน้ากลุ่มพิทักษ์ป่าอย่างจริงจังมาตั้งแต่นั้นถึงปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 1,000 คน เป็นกลุ่มที่มีกิจกรรมพิทักษ์ป่าที่ชุกที่สุด (ฮา) เฉลี่ยปีละ 9-10 ครั้ง เช่น ปลูกป่า เก็บขยะ สร้างฝาย ปั้นอีเอ็มบอล ยิงหนังสติ๊กปลูกป่า ทำแนวกันไฟ ทำโป่งเทียม คืนกล้วยไม้สู่ป่า คืนบ้านให้ปูเสฉวน ทำหนังสั้นรณรงค์โลกร้อน ปลูกปะการัง ปลูกพืชอาหารสัตว์ ฯลฯ

สุรศักดิ์ ประไพรินทร์ เจ้าหน้าที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร สมาชิกผู้รู้จักกันด้วยกิจกรรมทำแนวกันไฟที่ จ.น่าน เล่าว่า การพิทักษ์ป่าเป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคม นอกจากนี้ก็มีแนวร่วมจากหลายกลุ่ม ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีสำนึกเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างน่าชม เช่น น้องก้อย น้องดาว และน้องฟ้าง น้องๆ ยังเป็นนักศึกษา แต่อาสาเกือบทุกครั้ง นอกจากนี้ก็มีอีกหลายคน สราวุฒิ บอกว่า พี่ๆ น้องๆ ทุกคนคือผู้ที่ทำให้การพิทักษ์ป่าเป็นเรื่องจริงจับต้องได้

ล่าสุดเป็นกิจกรรมเก็บเมล็ดพันธุ์ไม้ป่าและตัดไม้ไผ่ทำหลักหมายแนวปลูก เมื่อ 6-7 ก.พ.ที่ผ่านมา ณ ป่าชุมชน ต.ทุ่งแค้ว-ต.เวียงต้า (แพะเปียง) จ.แพร่ ส่วนครั้งถัดไปจะเป็นกิจกรรมช่วยช้างไทย 12-13มี.ค.นี้ ที่บ้านตากลาง อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ดำรงไว้ซึ่งสายพันธุ์ช้างไทย ใครสนใจร่วมด้วยช่วยช้าง โทร. 08-4526-6834

หรือดูข้อมูลได้ที่เพจเฟซบุ๊ก : ชมรมอาสาพิทักษ์สิ่งแวดล้อม