ไทย อาจหลุดบัญชีดำ301 สหรัฐทบทวนนอกรอบต.ค.

วันที่ 30 ก.ค. 2553 เวลา 05:20 น.
“อลงกรณ์” กล่อมนักธุรกิจมะกันหนุนไทยพ้นบัญชีพีดับเบิลยูแอล ในการทบทวนสถานะนอกรอบเดือน ต.ค.นี้ พร้อมเชิญร่วมเวทีครีเอทีฟ ฟอรั่ม ถ่ายทอดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้

นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยหลังหารือกับคณะนักธุรกิจจากสภาธุรกิจอาเซียนสหรัฐ ว่า ได้ขอให้นักธุรกิจสหรัฐสนับสนุนการให้ข้อมูลในการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของไทยต่อผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) เพื่อเป็นประโยชน์ในการพิจารณาทบทวนนอกรอบของการจัดสถานะประเทศคู่ค้าที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาตามมาตรา 301 กฎหมายการค้าพิเศษสหรัฐ
ทั้งนี้ สหรัฐเปิดโอกาสให้ไทยเพียงประเทศเดียว ในประเทศที่ถูกจัดอยู่ในบัญชีประเทศถูกจับตามองเป็นพิเศษ (พีดับเบิลยูแอล) สามารถยื่นทบทวนนอกรอบได้

“ตามขั้นตอนการทบทวนสถานะนอกรอบ สหรัฐจะให้เวลา 6 เดือน หรือตั้งแต่สิ้นเดือน เม.ย. ที่มีการประกาศการจัดอันดับบัญชีมาตรา 301 ให้ยื่นข้อมูลทบทวนสถานะใหม่ ซึ่งจะทราบผลในช่วงเดือน ต.ค.นี้ ว่าไทยจะถูกปลดออกจากบัญชีพีดับเบิลยูแอลไปในระดับบัญชีที่ดีขึ้นหรือไม่” นายอลงกรณ์ กล่าว สำหรับแนวโน้มที่ไทยจะถูกปลดออกจากบัญชีพีดับเบิลยูแอล คาดว่าจะมีทิศทางที่เป็นบวกเพราะหลังจากที่ไทยเอาจริงกับการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการละเมิดในพื้นที่สีแดง ที่ได้เริ่มปราบปรามอย่างจริงจังอีกครั้งในช่วงวันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นมา ซึ่งสามารถจับกุมสินค้าละเมิดได้เป็นจำนวนมาก พร้อมกับการยกร่างพ.ร.บ.แอบถ่ายในโรงภาพยนตร์ ที่กระทรวงพาณิชย์เตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในเร็วๆนี้ เพื่อผลักดันเข้าสู่กระบวนการของสภาฯให้มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายภายในปีนี้

พร้อมกันนี้ ยังได้เชิญนักธุรกิจสหรัฐที่มีประสบการณ์การใช้เศรษฐกิจสร้างสรรค์ในการดำเนินธุรกิจมาร่วมสัมมนาและเป็นผู้ร่วมบรรยายในงาน “เวิลด์ ครีเอทีฟ ฟอรั่ม” ที่จะมีขึ้นปลายเดือนพ.ย.นี้ รวมถึงให้สภาธุรกิจอาเซียนสหรัฐฯ สนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยด้านอื่นๆด้วย ขณะเดียวกันทางสหรัฐฯได้ขอให้กระทรวงพาณิชย์ทำหน้าที่ประสานความเข้าใจระหว่างกระทรวงสาธารณสุข และภาคธุรกิจยาสหรัฐฯ เพื่อให้มีการพัฒนาภาคธุรกิจยาและเวชภัณฑ์ เป็นที่ยอมรับตามกรอบการเปิดเสรีทางการค้า

“ข้อเสนอของฝ่ายสหรัฐฯส่วนใหญ่ คือให้ไทยเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายเพื่อปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเชื่อมั่นการเข้ามาลงทุนของต่างประเทศ”

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ทางสหรัฐฯยังได้แจ้งข่าวดีกับไทย โดยบริษัท ไทม์ วอเนอร์ แจ้งว่าบริษัทกำลังมีโครงการใช้ไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์ฮอลลิวูดทั้งเรื่องในเร็วๆนี้ โดยภาพยนต์ดังกล่าวมีชื่อเรื่องว่า แฮง โอเวอร์ ซึ่งโครงการนี้จะสร้างรายได้และเผยแพร่ภาพลักษณ์ประเทศได้เป็นอย่างดี สำหรับมูลค่าการค้าระหว่างไทยและสหรัฐฯ ปี 2552 มีมูลค่าสูงถึง 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการส่งออก 1.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้ากว่า 8,300 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ตัวเลขการค้าสองฝ่ายช่วง 6 เดือน (ม.ค.มิ.ย.) ปีนี้ มีมูลค่าถึง 1.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ไทยส่งออก 9,100 ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้าประมาณ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ