กลุ่มดินน้ำมัน ศิลปะไร้เงื่อนไข

วันที่ 23 ม.ค. 2559 เวลา 10:51 น.
กลุ่มดินน้ำมัน ศิลปะไร้เงื่อนไข
โดย...ศศิธร-กองทรัพย์ ภาพ... กลุ่มดินน้ำมัน

เราพบว่ามีหลายกิจกรรมดีๆ มีระยะเวลากำหนด ทำให้เยาวชนที่รักงานอาสาสมัครต้องจบกิจกรรมที่พวกเขาชื่นชอบลงไปด้วยเช่นกัน แต่มีกลุ่มจิตอาสาหนึ่งกลุ่มที่เสียดายงานที่พวกเขาปั้นมากับมือ จึงตัดสินใจรวมตัวกันเพื่อสานต่อความต้องการ ด้วยการสร้างสรรค์กิจกรรมด้านศิลปะให้กับเด็กๆ ที่ขาดโอกาส โดยใช้ชื่อกลุ่มว่า “ดินน้ำมัน” ซึ่งเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของศิลปะ และการปั้นแต่งความงดงาม

ฆนรส เติมศักดิ์เจริญ หัวหน้ากลุ่มดินน้ำมัน เล่าถึงที่มาของชื่อกลุ่มให้ฟังว่า กลุ่มดินน้ำมัน เป็นชื่อที่เกิดมาจากการมองเห็นดินน้ำมันที่วางบนโต๊ะ หากวางไว้เฉยๆ มันก็เป็นแค่วัสดุอย่างหนึ่ง แต่ถ้าเอาจินตนาการหรือความคิดสร้างสรรค์ใส่ลงไป แล้วใช้มือปั้น ดินน้ำมันธรรมดาๆ ก็สามารถกลายเป็นตัวการ์ตูนหนึ่งตัวได้ เช่นเดียวกันกลุ่มเยาวชนอาสากลุ่มนี้เชื่อว่าพลังในตัวเด็กสามารถสร้างสรรค์ได้ ด้วยการส่งเสริมให้เขามีจินตนาการซึ่งเริ่มต้นจากการปลูกความคิดที่ดี

“กิจกรรมของกลุ่มเริ่มต้นและต่อยอดมาจากโครงการศิลปะสู่ชุมชนที่จัดเมื่อปี พ.ศ. 2555 และเมื่อถึงเวลาที่กิจกรรมใกล้จะจบลงด้วยเงื่อนไขเวลาที่กำหนดไว้อย่างจำกัดในโครงการ สมาชิกในกลุ่มมีจึงความเห็นร่วมกันว่าเราจะจัดกิจกรรมศิลปะอย่างนี้ขึ้นอีกให้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องมีระยะเวลาเป็นตัวกำหนด เพราะไม่อยากให้กิจกรรมดีๆ ที่ทำกับเด็กในชุมชนหายไป ก็เลยรวมกลุ่มกันเอง ซึ่งเราทำกิจกรรมเข้าปีที่ 5 แล้ว ถึงจะไม่มีงบสนับสนุนหลัก แต่กิจกรรมก็ทำมาได้ เพราะความร่วมมือจากคนในชุมชนและหัวใจที่มีพลังอยากจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชุมชนของเพื่อนๆ ในกลุ่ม”

 

ฆนรส เล่าต่อว่า “ตอนนี้เรามีสมาชิกในกลุ่มหลักๆ ประมาณ 10 คน และสมาชิกที่เข้าร่วมที่แวะเวียนมาช่วยเหลือ ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มคนทำงานบริษัท นิสิตนักศึกษาและเยาวชนจากชุมชนใกล้เคียงพื้นที่ที่เราจัดกิจกรรม โดยการทำงานแต่ละครั้งเราจะนัดรวมตัวพูดคุยกัน โดยนำปัญหาที่พบจากกิจกรรมครั้งก่อนๆ มาร่วมหารือและหาทางแก้ไขให้ดีขึ้น และเนื่องจากเราทำงานร่วมกับชุมชน จึงต้องมีการสอบถามจากตัวแทนในชุมชนด้วยว่าเขาต้องการอะไร แล้วเราก็ออกแบบกิจกรรมที่เหมาะกับแต่ละชุมชน ซึ่งจะทำให้กิจกรรมนั้นประสบความสำเร็จมากที่สุด”

ตัวแทนของกลุ่มดินน้ำมัน บอกถึงข้อดีของการทำงานอาสาสมัครว่า ทำให้เขาและเพื่อนๆ ได้รู้จักกับเครือข่ายอื่นๆ เช่น เด็กที่สนใจดนตรีก็จะมีคนในชุมชนช่วยเหลือด้านเครื่องดนตรีและสอนด้วย “บางคนเห็นแววจากการแสดงดนตรีของเด็กๆ จนชักชวนไปเล่นดนตรี ทำให้เขามีรายได้เสริมด้วย มันเป็นสิ่งหนึ่งที่เราสอนให้ชุมชนเรียนรู้ว่าหากวันหนึ่งไม่มีกลุ่มเรา เขาจะสร้างกิจกรรมได้เอง เราพยายามทำให้เขาคิดว่างบประมาณไม่ได้เป็นบรรทัดฐานตัดสินว่าเราควรจะจัดกิจกรรมหรือไม่ แค่มีจิตอาสาก็ทำได้”

 

เหตุผลที่กลุ่มดินน้ำมันเลือกศิลปะมาเป็นกิจกรรมหลัก ฆนรส อธิบายว่า นั่นเพราะศิลปะสามารถสะท้อนตัวตนและจินตนาการของเด็กแต่ละคนได้โดยไม่ต้องตีความว่ามันสวยหรือไม่สวย กิจกรรมที่จัดขึ้นจึงเป็นเสมือนพื้นที่ให้เด็กได้แสดงจินตนาการ ถ้าเด็กคนหนึ่งมีความภาคภูมิใจกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็จะนำไปสู่เรื่องอื่นๆ ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจในแง่บวก และส่งผลดีกับชีวิตของเด็กๆ ในอนาคต

“ศิลปะมันมีข้อดีของมันอยู่แล้ว หนึ่งช่วยขัดเกลาจิตใจของเด็กให้มีความอ่อนโยนขึ้น เพราะเหตุการณ์ไม่ว่าจะเกิดในครอบครัวและสังคมล้วนส่งผลกระทบต่อจิตใจเด็กเหมือนกัน ศิลปะจะทำให้เขาได้ปลอดปล่อย ส่วนตัวมองว่าศิลปะไม่ได้เป็นตัวทำให้ชุมชนเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่ทำให้เปลี่ยนแปลงนั่นคือกระบวนการที่เราเข้าไปทำกับตัวชุมชน ผู้ปกครองจะเข้ามาดูลูกๆ ที่เข้ามาทำกิจกรรมกับเราเอง เมื่อเขาเห็นว่าเราตั้งใจจริง ก็กลับมาสนับสนุน มันสร้างกระบวนการขึ้นมาโดยอัตโนมัติ”

ในวันนี้กลุ่มดินน้ำมันยังคงจัดกิจกรรมในชุมชนเดิม ได้แก่ ชุมชนป้อมมหากาฬ ชุมชนบ้านบาตร ชุมชนวัดสระเกศ-ตรอกเซี่ยงไฮ้ ชุมชนสิตาราม และชุมชนใกล้เคียงต่อไป หากใครสนใจเข้าร่วมจุดประกายจินตนาการให้เด็กๆ สามารถติดตามกิจกรรมได้ที่เฟซบุ๊ก : facebook.com/Dinnammon ตัวแทนกลุ่มดินน้ำมันฝากบอกว่าผู้เข้าร่วมไม่จำเป็นต้องเก่งศิลปะ เพราะเชื่อว่าทุกคนมีพื้นฐานศิลปะอยู่แล้ว