"สุวิทย์"แนะแก้แล้งต้องฟื้นแหล่งน้ำธรรมชาติ

วันที่ 22 ม.ค. 2559 เวลา 17:52 น.
"สุวิทย์"แนะแก้แล้งต้องฟื้นแหล่งน้ำธรรมชาติ
อดีตรมว.ทรัพยฯ ชี้รัฐแก้แล้งยั่งยืน ต้องกระจายน้ำถึงไร่นา ทำประปาถึงทุกบ้าน ฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติ

นายสุวิทย์ คุณกิตติ อดีตรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ปัญหาภัยแล้งกำลังรุนแรงขึ้น  หากรัฐบาลเร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ประหยัดน้ำ เจาะบ่อบาดาล คงไม่พอสิ่งที่ต้องทำเร่งด่วนคือ การทำฝายชะลอน้ำ เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ตามแม่น้ำลำคลองต่างๆที่กำลังจะแห้งผาก จัดตั้งศูนย์อำนวยการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ ในพื้นที่ที่รุนแรงด่วนที่สุด ทั้งเตรียมหาแหล่งน้ำธรรมชาติที่ยังมีน้ำพอใช้และเตรียมบ่อบาดาลมีปริมาณน้ำเพียงพอที่จะใช้เพื่อกระจายน้ำไปช่วยตามพื้นที่รอบข้างที่เดือดร้อน

นายสุวิทย์ กล่าวว่า ภัยแล้งปีนี้จะรุนแรงมากกว่าที่เคยเป็นมาเพราะรัฐบาลก่อนหน้าปล่อยน้ำทิ้งจนเขื่อนและอ่างเก็บน้ำแห้งติดก้นอ่างกว่าจะเก็บน้ำพอใช้ในฤดูแล้งได้อีกทีก็ต้องใช้เวลาอีก2-3ปี ถ้าฝนตกมามากพอ ถ้าฝนน้อยอีกก็อาจถึง3-4ปีเป็นอย่างน้อยดังนั้นต้องเตรียมรับมือระยะยาวด้วย เพื่อรองรับผลกระทบที่รุนแรง

อดีตรมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ กล่าวว่า น่าเสียดายว่า ที่ผ่านมา 2 ปี กว่า รัฐบาลไม่ได้สนใจจะแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำอย่างจริงจัง สนใจแต่โครงการใหญ่ๆเช่น โครงการรถไฟ ที่คนไทยก็ไม่ได้อะไร ลงทุนก็สูง แรงานก็ต่างชาติ วัสดุอุปกรณ์ก็ต่างชาติ ผู้รับเหมาก็ไม่กี่ราย จะกระตุ้นเศรษฐกิจตรงไหน และเมื่อวันอังคารก็ทำงบกลางปี มีแต่เรื่องที่ไม่เกี่ยวกับปากท้องประชาชนเลย เช่น โครงการอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ งบ 20,000ล้านบาท ให้ ทศท กับ กสท ทำก็ขาดทุนป่นปี้เหมือนเดิม ต้องเอาเงินภาษีชาวบ้านมาชดเชยไม่รู้จักหมดจักสิ้น 4Gครอบคลุมทั้งประเทศแล้ว ไม่เห็นความจำเป็น ให้เอกชนเขาทำแข่งกันชาวบ้านได้ประโยชน์มากกว่า

นายสุวิทย์ กล่าวว่า หากจะแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจริงๆ ควรทำเรื่อง การกระจายน้ำไปถึงไร่นา ประปาถึงทุกบ้าน ฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติ ผันน้ำจากพื้นที่ๆมีน้ำมากเกินความต้องการหรือน้ำท่วมบ่อย มาเติมในแหล่งน้ำของพื้นที่ๆขาดแคลนน้ำ ทำทั้งประเทศยังใช้งบไม่มากไปกว่าทำระบบรางที่รัฐบาลกำลังเร่งรัดอยู่ในขณะนี้

ทั้งนี้ โครงการน้ำ เป็นโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดีที่สุด เพราะกระจายไปทั่วประเทศ สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ อย่างมั่นคง เพราะรากหญ้า คนจน เกษตรกร ที่เดือดร้อนได้รับประโยชน์โดยตรง