ยธ.ไทยแจงออสซี่แก้ปมประมงผิดกม.เต็มที่

วันที่ 22 ม.ค. 2559 เวลา 16:52 น.
ยธ.ไทยแจงออสซี่แก้ปมประมงผิดกม.เต็มที่
รมว.ยธ.ออสซี่ พบ "บิ๊กต๊อก"หารือ"ค้ามนุษย์-ยาเสพติด" ไทยยันแก้ปมประมงผิดกม.เต็มที่

เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) นายไมเคิล คีแนน รัฐมนตรียุติธรรมสหพันธ์ออสเตรเลีย เดินทางเข้าพบ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม โดยมี นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายวิทยา สุริยะวงค์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายนายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และ พ.ต.ท.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้การต้อนรับ โดยใช้เวลาในการเข้าพบประมาณ 40 นาที

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวภายหลังว่า ในวันนี้นายไมเคิลได้หารือกับตนในกรณีการทำประมงที่ผิดกฎหมายในไทย ซึ่งได้ชี้แจงว่า ไทยมีปัญหาในเรื่องนี้มาก โดยยอมรับว่ามีทั้งข้าราชการ ประชาชน และกลุ่มหาผลประโยชน์ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงกับกลุ่มย้ายถิ่นฐาน เพราะประชาชนมีการย้ายถิ่นฐานเข้าไปในพื้นที่ทำการประมง ทั้งนี้ ตนได้ชี้แจงด้วยว่า เราจะมีการแก้กฎหมายเกี่ยวกับการกระทำความผิดในเรื่องค้ามนุษย์ ซึ่งนายไมเคิลก็พอใจ แต่ว่ามันไม่ใช่ปัญหาที่จะสามารถแก้ไขได้ทันที อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าปัจจุบันการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ได้พัฒนาไปมาก อีกทั้ง จะเป็นรากฐานของรัฐบาลต่อไปที่จะดำเนินการในแนวทางนี้ แต่ช่วง 1 ปีนี้ รัฐบาลจะพยายามเร่งแก้ปัญหาดังกล่าว

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ เรายังได้หารือในเรื่องของยาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาที่คล้ายกับประเทศของเรา โดยประเทศออสเตรเรียกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับยาไอซ์และยาบ้าที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น ขณะที่เฮโรอีนและฟิ่นมีแนวโน้มลดลง ซึ่งในส่วนของไทยจะเป็นประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ทั้งนี้ พื้นที่สามเหลี่ยมทองคำซึ่งทราบว่าเป็นแหล่งผลิตเฮโรอีนและฝิ่น ทำให้ได้รับผลกระทบจากสารเคมีมากกว่าสารเสพติดที่มาจากพืช จึงมีการพูดคุยถึงปัญหาที่ประเทศไทยกำลังประสบอยู่ว่าประเทศออสเตรเลียถือเป็นประเทศใหญ่ มีศักยภาพในการเจรจากับประเทศอื่นสูง เราจึงต้องการให้มีการร่วมกันหาข้อมูลและที่มาของสารตั้งต้นเหล่านี้เพื่อสกัดกั้น

รมว.ยุติธรรม กล่าวด้วยว่า เรายังได้หารือถึงประเด็นการแลกเปลี่ยนผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งไทยและออสเตรเลียยังไม่มีสนธิสัญญาอย่างเป็นทางการ แต่ที่ผ่านมา เราได้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศออสเตรเลียแล้วประมาณ 40 คน จึงขอให้ไว้ใจว่าถึงไม่มีสนธิสัญญา แต่เราก็พร้อมให้ความร่วมมือ แต่ถ้ามีข้อตกลงหรือสนธิสัญญาอย่างเป็นทางการก็จะทำให้การทำงานรวดเร็วขึ้น.