สังคมเสื่อม...อะโกโก้เด็กชาย

วันที่ 27 ก.ค. 2553 เวลา 03:29 น.
ไม่หลับไม่นอนนะฮ้า... ดึกๆ ดื่นๆ ตี 1 แล้วก็ยังตาลุกวาว แสงสีประกอบการส่ายเอวแบบเอาเป็นเอาตายบนเวทีมันช่างเร่าร้อนจนไม่อาจข่มตาได้ลง แต่เอวที่ว่านั้นเป็นเอวของเด็กผู้ชายนะฮะ แน่นอน ที่แห่งนี้คืออะโกโก้เกย์ แหล่งบันเทิงสำหรับผู้มีรสนิยมคลั่งไคล้ในร่างกายของผู้ชายกับผู้ชายเท่านั้น

โดย  ธนก บังผล

ระหว่างรูดเสาโยกไปโยกมาอยู่นั้นก็มีอันต้องเตลิดแต๋วแตก ร้องกันไม่เป็นภาษาเชียว เมื่อตำรวจนำกำลังเข้าตรวจค้น “ร้านไนซ์บอยส์ ไนต์คลับ” ซอย วี.ซี. พัทยาใต้ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ไนต์คลับแห่งนี้เจ้าหน้าที่สืบทราบมาว่ามีการแอบลักลอบนำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มาทำงานเป็นเด็กรูดเสาเต้นโชว์ และมั่วสุมปล่อยให้มีการเสพยาเสพติด

ร้านแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ 273/90-91 หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ที่ร้านเปิดเป็นอะโกโก้ผู้ชาย โดยมีลูกค้าทั้งคนไทยและชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการอยู่เพียบ เยอะไม่เยอะ เข้าตรวจค้นตอนตี 1 กว่าจะเสร็จสิ้นจากการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะก็ปาไปตี 3 ของวันรุ่งขึ้น ใกล้จะเช้าเต็มทน

ผลการตรวจก็เป็นไปตามคาด คือ มีเด็กชายอายุต่ำกว่า 15 ปี 2 คน เด็กชายอายุต่ำกว่า 18 ปี อีก 3 คน มีผู้ที่เสพสารเสพติดจากผลการตรวจปัสสาวะแล้วทั้งสิ้น 10 คน ซึ่งเป็นพนักงานของร้านเสียเองถึง 5 คน โดยสามารถจับกุมคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายได้อีก 1 คน

โดยมี นิรุธ รักหมู่กลาง (นามสกุลนะฮ้า ไม่ใช่รสนิยม) อายุ 35 ปี ยอมรับว่าเป็นผู้จัดการร้าน ส่วนเจ้าของร้านนั้นหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่มีใครรู้ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนักเที่ยวและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบสวนต่อที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.ชลบุรี

นิรุธ ผู้ดูแลร้านยอมรับว่าได้แอบนำเด็กชายอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้ามาทำงานเต้นรูดเสาจริง แต่ในส่วนพนักงานของร้านที่พบฉี่ม่วง ทางร้านไม่มีส่วนรู้เห็น แต่ที่ไม่เป็นข่าวคือ มีการจัดหาเด็กชายอายุ 14 ปี ค้าประเวณีกับคนต่างชาติ ขณะนี้ใน จ.ชลบุรี กำลังประสบปัญหาลักษณะนี้เยอะมาก

นักท่องเที่ยวต่างชาติเมื่อเข้ามาอยู่ในไทย มักจะหาเด็กผู้ชายไปตุ๋ยตามที่พัก นานๆ เข้าก็ติดต่อกลับไปยังเพื่อนฝูงที่มีรสนิยมเดียวกันให้เข้ามาลองใช้บริการกับเด็กชาย ทำบ่อยๆ เข้าก็ตั้งตัวเป็นเอเยนต์จัดหาเด็กชายไว้บำเรอกามในกลุ่มเพื่อนเสียเลย

พ.ต.อ.อธิศวิส กมลรัตน์ ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมือง จ.ชลบุรี บอกว่า การเข้าตรวจค้นร้านไนซ์บอยส์มีสายรายงาน และมีคนโทร.เข้ามาแจ้ง จึงสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาคอยเฝ้าตรวจดู

“จากนั้นได้ส่งสายซึ่งเป็นชาวต่างชาติเข้าไปเที่ยว ก็พบว่ามีการจัดหาค้าประเวณีกับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีจริง วันที่เข้าไปตรวจค้นพบเด็กชายอายุ 15-17 ปี 12 คน นอกจากเป็นเด็กที่เข้ามาทำงานเต้นโชว์แล้ว ยังค้าประเวณีให้กับชาวต่างชาติด้วย”

แน่นอนว่าไม่ใช่เฉพาะร้านไนซ์บอยส์เท่านั้น เพราะในซอย วี.ซี. พัทยาใต้ มีผับบาร์อะโกโก้เหล่านี้เปิดอยู่ประมาณ 20 ร้าน และเปิดมาเป็นเวลานานหลายปีแล้ว

พ.ต.อ.อธิศวิส บอกว่า มีคนโทร.เข้ามาแจ้ง คล้ายๆ ว่าเป็นห่วงลูกหลานของตัวเอง เขาบอกว่าได้เคยไปแจ้งกับตำรวจพื้นที่แล้วหลายครั้ง พอเห็นเราจับเรื่องค้ามนุษย์มา 4-5 ครั้ง ก็เลยมาแจ้ง แต่ส่วนใหญ่ที่ไปจับจะเป็นบาร์ฝรั่งมากกว่า

ผกก.ตม.ชลบุรี เล่าให้ฟังว่า ในคืนตรวจค้นร่วมกับตำรวจป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปส.) พบว่ามีพนักงานของร้านติดยาบ้า 10 คน โดยนำฉี่ส่งไปตรวจสกัดสารอีกที ผลออกมาคือเป็นสารที่มาจากยาบ้า จึงนำเด็กส่งไปให้ศูนย์บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ชลบุรี ดูแล

จากการรายงานของสายพบว่าร้านอะโกโก้แห่งนี้เปิดค้าประเวณีเด็กผู้ชายมานานแล้ว พฤติกรรมจะนำเด็กชายมาเต้นโชว์ ทั้งรูดเสา โยกหน้าโยกหลัง ถอดนิดถอดหน่อย หากฝรั่งคนไหนพอใจก็สามารถเรียกไปใช้บริการได้ ชั่วคราวต้องจ่าย 1,000 บาท แต่ถ้าค้างคืนจ่ายให้เด็ก 2,000 บาท ทางร้านจะได้ 300 บาท เป็นค่าเสียเวลา

สถานการณ์ค้ามนุษย์ใน จ.ชลบุรี ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ได้ลุกลามบานปลายไปมาก ส่วนใหญ่จะเป็นการเสนอขายบริการทางเพศของเด็กไทยให้กับฝรั่งเอง และมีเอเยนต์คนไทยคอยแนะนำเด็กให้กับฝรั่ง

พ.ต.อ.อธิศวิส บอกว่า ตั้งแต่ต้นปีมาจับได้ 5-6 รายแล้ว ส่วนมากจะเป็นสถานที่อะโกโก้ เอาเด็กมาเต้นแล้วแสวงหาประโยชน์จากเด็ก อย่างไรก็ตาม ปัญหาการค้าประเวณีในเด็กชายนั้น สิ่งแวดล้อมแต่ละที่ไม่เหมือนกัน ที่พัทยานั้นพบว่าเด็กมีปัญหาครอบครัว พ่อแม่เลิกกัน หรือไม่มีพ่อแม่ เด็กเหล่านี้ไม่มีการศึกษา จึงจำเป็นต้องหาทางเลี้ยงตัวเองให้ได้ ส่วนที่แอบผู้ปกครองมาเต้นอะโกโก้ยังไม่มี
ใครที่เคยไปเที่ยวพัทยาเวลานี้ โดยเฉพาะริมหาดยามค่ำคืน จะพบว่ามีผู้ขายบริการทางเพศทั้งชายและหญิง เด็กและผู้ใหญ่อยู่เป็นจำนวนมาก จริงอยู่ที่ว่าเด็กชายเหล่านี้ต้องเอาตัวรอดให้ได้จากสังคมเสื่อมทราม

แต่ตราบใดที่ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ในอนาคตพัทยาคงไม่ใช่แดนสวรรค์ของนักท่องเที่ยวแน่นอน แต่จะเต็มไปด้วยสารพัดอาชญากรรม ที่ไม่แน่ว่าใครเป็นคนทำลายเด็กเหล่านี้ให้เข้าสู่โลกมืด

สำหรับเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ แม้แต่กรุงเทพฯ ก็พบการขายบริการในเด็กอยู่เป็นจำนวนมาก สังคมปัจจุบันใครที่เคยคิดว่าอะโกโก้จะมีแต่ผู้หญิงเต้นโชว์เรือนร่าง ไม่ใช่แล้ว ปัญหาปากท้อง ปัญหาครอบครัว เป็นจุดเปลี่ยนให้เด็กไทยเดินเข้าสู่มุมมืดของสังคมที่เสื่อมทรามมากขึ้น อยู่ที่เจ้าหน้าที่จะเอาจริงเอาจังแค่ไหน!!!