อารมณ์ร้อนหลังพวงมาลัย ต้องระงับ

วันที่ 16 ม.ค. 2559 เวลา 14:59 น.
อารมณ์ร้อนหลังพวงมาลัย ต้องระงับ
โดย...ไซเรน

เพราะอารมณ์ร้อนและการขาดสติในชั่วขณะ ทำให้คนดีๆ อาจกลายเป็นคนร้ายๆ ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นรวมถึงคนที่ไม่เกี่ยวข้องเอาได้ง่ายๆ

อย่างเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดใจกลางกรุงเทพมหานคร เมื่อรถกระบะคันใหญ่ขับโดยดีเจหนุ่ม เบียดเสียดกับรถยนต์ขนาดเล็กคันหนึ่งลักษณะที่เกิดการไม่ยอมกันเพื่อให้อีกคันได้ไปก่อน

กระทั่งเกิดเหตุทะเลาะเลยเถิดไปถึงคนขับรถกระบะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ ขับรถถอยหลังเสยรถยนต์คู่กรณีอย่างรุนแรงถึง 2 ครั้ง ทำให้รถยนต์เกิดความเสียหาย และเชื่อได้ว่าคู่กรณีเองก็คงตกใจ ไม่คิดว่าเหตุแห่งการแย่งพื้นที่ถนนเพียงแค่ไม่กี่เมตร จะมีเหตุที่รุนแรงและอาจถึงชีวิตตามมาเช่นนี้

ภาพทุกอย่างถูกบันทึกเอาไว้ได้จากคลิปวิดีโอของผู้ที่เห็นเหตุการณ์

ส่วนหนุ่มผู้ก่อเหตุเมื่อได้เห็นภาพตัวเองคงได้เรียกสติกลับคืนมาบ้าง เพราะแน่นอนว่าขณะที่ก่อเหตุนั้น อาจจะอยู่ในห้วงอารมณ์ร้อนและรุนแรง แต่กระนั้น เมื่อมีการหาข้อมูลย้อนหลังกลับไปก็มักจะพบว่า หนุ่มเจ้าของกระบะผู้นี้มักจะมีเหตุการณ์ขับรถเฉี่ยวชนบนท้องถนนอยู่บ่อยครั้ง

กระทั่งเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบล้วนๆ ที่ตัวเองไม่สามารถควบคุมได้

เรื่องดังกล่าวมักจะเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งบนท้องถนน ด้วยจำนวนรถที่มหาศาล บวกกับอารมณ์ของคนที่ไม่ยอมกัน หากวันนั้นเกิดการ “ยอม” กันขึ้น เพียงแค่ไม่กี่นาทีเพื่อให้รถสามารถไปกันได้ เหตุการณ์รุนแรงคงไม่เกิดขึ้น

แนวทางการแก้ไขบังคับอารมณ์ที่ร้อนให้เย็นลงนั้นมีหลากหลายวิธี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แนะนำวิธีการเพื่อไม่ให้เกิดเหตุร้ายบนท้องถนนที่เป็นชนวนเหตุเกิดจากอารมณ์เอาไว้ คือ ต้องสังเกตตนเองว่ามีอารมณ์ร้อนมากแค่ไหน เมื่อโมโหแล้วเคยทำลายข้าวของหรือไม่ และเมื่อโมโหมากๆ เคยทำร้ายคนอื่นโดยไม่ตั้งใจหรือไม่ และหากมีอาการดังกล่าวที่ไม่สามารถควบคุมได้ ทางออกที่สามารถกระทำได้ คือ ต้องพบจิตแพทย์ให้ทำการรักษา หรือขอคำปรึกษาได้ที่กรมสุขภาพจิต ซึ่งทุกวันนี้จะมีการอบรมในหัวข้อ การบริหารจัดการกับอารมณ์โกรธ หรือ Anger Management

และสำหรับผู้ที่เจอคนโมโหตามท้องถนนนั้น แนะนำว่า ไม่ควรยั่วยุไปเพิ่มอารมณ์ให้หนักยิ่งขึ้น แต่ให้รีบยกมือ หรือก้มหัวลงเล็กน้อย รวมถึงแสดงอาการขอโทษ อย่างไรก็ตามหากพบคนขับรถปาดหน้า แล้วหยุดรถจากนั้นเดินเข้ามาหาที่รถ อย่าได้เปิดกระจกรถ หรือเปิดประตูอย่างเด็ดขาด เนื่องจากอาจจะโดนทำร้ายได้ด้วยเพราะคนกลุ่มนี้คุมสติไม่อยู่แล้ว ทางออกที่ดีที่สุดคือยิ้ม ไม่ตอบโต้ หากเขาตะโกนด่าก็ขอให้อยู่ในรถ เพราะหากใช้ความรุนแรงตอบโต้ไปก็จะไม่มีอะไรดีขึ้น แต่หากอยู่นิ่ง เฉย สักพักความโกรธของคู่กรณีจะเบาบางลง

ปรับใช้และคำนึงถึงอารมณ์ในทุกขณะว่า หากลงมือทำอะไรรุนแรงลงไป เราไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้อีกแล้ว เพราะฉะนั้นสติต้องมีหลังพวงมาลัย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุอันตรายตามมา