มัจจุราชกลางเมือง ตำรวจต้องลากคอให้ได้

วันที่ 09 ม.ค. 2559 เวลา 11:46 น.
มัจจุราชกลางเมือง ตำรวจต้องลากคอให้ได้
โดย...ไซเรน

ปีใหม่ฟ้าใหม่ ใช่ว่าอาชญากรรมจะหมดไปจากสังคมไทยง่ายๆ จี้ชิงวิ่งปล้นรวมถึงภัยอื่นๆ ยังครบเครื่อง และภัยที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น ก็ยังเกิดให้เห็นกัน

เพราะแค่มองหน้า ความตายอย่างไม่มีเหตุและผลจากมัจจุราชขี้โมโหในคราบมนุษย์ ก็ส่งทูตมรณะมาพรากลมหายใจทันที

ล่าสุดที่เกิดกับ “เด็กชาย” วัยเพียงแค่ 14 ปี ขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านพัก หลังจากที่เขาและเพื่อนในวัยเดียวกันอีกคน ไปขายวุ้นพร้อมขนมตามร้านค้าต่างๆ ย่านรามคำแหง ขายเสร็จได้ราวเที่ยงคืนเศษ จึงพากันขี่รถกลับบ้านย่านบางปู

ระหว่างทางมาถึงถนนศรีนครินทร์ กลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ตามมาขนาบข้าง 5-6 คน สัญชาตญาณของเด็กชายวัย 14 ปี เพียงแค่เหลือบตาไปดูรถที่มาขนาบข้างเท่านั้น เหตุร้ายก็ตามมา

“มึงมองหน้ากูทำไม” วัยรุ่นตะโกนไล่หลัง พร้อมแจกของลับทั้งท่าทางและคำพูด

สองหนุ่มน้อยที่ตั้งใจเพียงแค่กลับบ้าน เริ่มรู้ชะตากรรมของตัวเองว่า “อาจจะไม่ถึงบ้าน” เสียแล้ว จึงตัดสินใจเร่งเครื่องรถจักรยานยนต์หนีความตายที่กำลังมาเยือน

และแน่นอนว่ากลุ่มวัยรุ่นก็เหิมเต็มที่ ชักดาบยาวพร้อมอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ที่พกมาเร่งเครื่องตามทันที

ทั้งสองฝั่งไม่รู้จักกันมาก่อน แต่ต้องมาวนเวียนในเหตุการณ์เดียวกัน อีกฝั่งต้องการหนี แต่อีกฝั่งต้องการหยิบยื่นความตายให้

สองหนุ่มขี่รถหนีไปได้ราว 2 กิโลเมตร กลุ่มวัยรุ่นหัวโจกก็ขี่ไล่ตามทัน เพียงเท่านั้นหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นก็ชักปืนยิงเข้าใส่เด็กหนุ่มวัย 14 ปี ทำให้รถเสียหลักล้มลง และเขาต้องเสียชีวิตคาที่ทันที ส่วนเพื่อนอีกคนก็บาดเจ็บสาหัส

ทั้งหมดเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น บ้านเมืองขณะนี้ที่หลายฝ่ายบอกว่าน่าจะปลอดภัยมากที่สุดแล้ว เพราะทหารเข้ามาควบคุมจัดการ แต่แล้วก็เห็นได้ชัดว่าภัยร้ายมันมาไม่เลือกที่และเลือกสถานการณ์

ภัยร้ายที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ด้วยกัน เหตุการณ์ข้างต้นกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุกระทำการกลางเมืองเหมือนบ้านเมืองไม่มีกฎหมายขื่อแปอันใดก็ไม่สนแม้แต่มนุษยธรรมก็คงเห็นได้ชัดว่าคงไม่บังเกิดกับกลุ่มวัยรุ่นพวกนี้

เด็กวัย 14 ปี เพียงแค่ขายของเพื่อหาเงินจุนเจือครอบครัว

เด็กวัย 14 ปี ที่ยังมีอนาคตสดใสรออยู่ข้างหน้า

เด็กวัย 14 ปี ที่ยังต้องรู้ร้อนรู้หนาว ยังมีอะไรแปลกใหม่หลายอย่างให้ชีวิตต้องเผชิญ

แต่แล้วเด็กวัย 14 ปี ต้องมาจุดชีวิตอยู่บนท้องถนน เพียงเพราะสัญชาตญาณที่เขาเหลือบมองรถที่ขับเข้ามาขนาบด้านข้าง

เรื่องนี้ต้องไม่เงียบ ตำรวจเจ้าของคดีอย่าง สภ.สำโรงเหนือ ต้องโชว์ฝีมือลากคอมือปืนโหดมาดำเนินคดีให้ได้ บ้านเมืองมีกฎระเบียบ ใครจะมาฆ่าแกงกันอย่างนี้ไม่ได้เด็ดขาด

ตำรวจต้องสำแดงเดชกลับไปบ้าง เอาคนผิดมารับโทษ

อีกทั้งคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตลอดปี 2558 เกิดเหตุไปถึง 1,921 คดี นั่นย่อมหมายถึงมีคนตายไปมากกว่าพันคน สำนักงานตำรวจแห่งชาติคงต้องฉุกคิดมาตรการสักอย่างที่อาจจะเป็นยาแรงมายับยั้งเหตุดังกล่าว หรืออย่างน้อยก็ให้การตายด้วยความรุนแรงจากคนด้วยกันควรจะลดลงไปด้วย