วิ่งกระชับรัก สไตล์ 239 รันเนอร์

วันที่ 26 ธ.ค. 2558 เวลา 11:49 น.
วิ่งกระชับรัก สไตล์ 239 รันเนอร์
โดย...

จากหนุ่มสาวออฟฟิศที่คุ้นเคยกัน แต่มีเหตุต้องแยกย้ายเพราะเปลี่ยนที่ทำงานใหม่ ด้วยหน้าที่การงานทำให้เวลาเจอะเจอกันไม่ลงตัวนัก ดังนั้น เมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้วพวกเขาคิดหากิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์ของพวกเขาให้ความกลมเกลียวขึ้น นั่นก็คือกีฬาวิ่ง และตั้งชื่อกลุ่มแบบน่ารักๆ ว่า 239 มีสโลแกนแสนคลาสสิกว่า “Slow But Sure”

ใหม่-ชิษณุชา ฤทธิรักษา ตัวตั้งตัวตีของกลุ่ม 239 เล่าว่า เขาและเพื่อนใช้การวิ่งเป็นเหตุผลของการออกมาสังสรรค์กัน จากหนุ่มสาวที่ก้มหน้าก้มตาทำงาน วันๆ แทบไม่ได้ออกกำลังกาย รู้สึกว่าการวิ่ง 3 กม. เป็นเรื่องยาก แต่เมื่อพวกเขาค่อยๆ เริ่มวิ่งทีละก้าวสองก้าว เหนื่อยก็หยุดพัก พร้อมก็เริ่มวิ่งใหม่ พวกเขาก็ค้นพบความสุขและสังคมใหม่จากการก้าววิ่งของตัวเอง

 “เราเริ่มจากวิ่งไม่เป็นเลย ก็ลงรายการวิ่งระยะสั้น 3 กม. 5 กม. แล้วค่อยขยับเป็นมินิมาราธอน 10 กม. ฮาล์ฟมาราธอน 21 กม. ตอนนี้พวกเราจริงจังกับการวิ่งมากขึ้น คือศึกษาวิธีการวิ่งที่ถูกต้อง เข้าคอร์สเรียนวิธีการวิ่งให้สนุกต้องทำอย่างไร เพราะหลายคนมีเป้าหมายว่าอยากลงแข่งขันในรายการมาราธอน 42 กม. บางคนผันตัวไปเล่นไตรกีฬา และอีกหลายคนติดใจการวิ่งเทรลคือการวิ่งในป่า นี่คือพัฒนาการจากสองสามก้าวที่เราคิดตอนแรกว่าแค่อยากให้เพื่อนๆ มาเจอกัน แต่พวกเราก้าวมาไกลเหมือนกัน” ใหม่ เล่าย้อน

อาร์ม-อาภาวรรณ โสภณธรรมรักษ์ สมาชิกที่เข้าร่วมกลุ่มได้กว่าหนึ่งปี เล่าเสริมว่า สมาชิกในกลุ่มทุกคนต่างมีเป้าหมาย เพื่อพัฒนาการวิ่งของตัวเอง “พวกเราเป็นกลุ่มที่ไปลงแข่งรายการด้วยกัน แต่เป็นกลุ่มที่ไม่ได้ซ้อมด้วยกัน นัดหมายผ่านเพจและไลน์กลุ่ม เมื่อต่างคนต่างมีเป้าหมาย แต่ละคนจะประเมินตัวเองแล้วก็มุ่งพัฒนาศักยภาพของตัวเอง เราจึงแยกกันซ้อมตามแต่สะดวก พวกเราไม่เคยแข่งขันกันหรือวิ่งแข่งกับใคร แต่จะแข่งกับตัวเอง การวิ่งของเราก็เลยไม่กดดัน วิ่งสนุกๆ แต่หลักของกลุ่มเราก็คือเมื่อออกจากจุดสตาร์ทแล้วต้องกลับมาเส้นชัยให้ได้ ถ้าใครวิ่งไม่ไหวหรือเป็นนักวิ่งหน้าใหม่ก็จะมีคนคอยประคอง เราจะไม่ถึงเส้นชัยแค่คนเดียว”

 

เมื่อถามถึงวิธีเลือกรายการวิ่ง ตัวแทนกลุ่ม 239 บอกว่า นอกจากจะพิจารณาจากสนามวิ่งที่เส้นทางสวย ผู้จัดงานเป็นระบบแล้ว ต้องดูจังหวัดที่จัดงานด้วยว่าในบริเวณใกล้สถานที่จัดงานมีสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับกลุ่มเพื่อนหรือไม่ หลังจากเสร็จจากการวิ่งก็จะรวมตัวกันไปหาของกินอร่อยๆ แล้วอัพเดทชีวิตของแต่ละคน หรือถ้ามีสมาชิกใหม่ก็จะใช้เวลาหลังเข้าเส้นชัยทำความรู้จักกัน “โดยเฉลี่ยกลุ่มเราไปวิ่งเดือนละ 2 รายการ แล้วแต่สมาชิกสะดวก เรามีแฟนเพจเล็กๆ เอาไว้บอกข่าวรายการวิ่ง รวมทั้งเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการวิ่งให้สมาชิกในกลุ่มนำไปใช้ฝึกซ้อม เป็นจุดนัดหมายและเป็นสถานที่ปรึกษาปัญหาการวิ่ง หรืออัพเดทไอเท็มของนักวิ่งสำหรับนักวิ่งสายอุปกรณ์ (หัวเราะ)”

 “นอกจากไมเกรนที่หายเป็นปลิดทิ้งหลังจากผมวิ่งจริงจัง จากนั้นก็แทบไม่ป่วยและไม่ต้องไปหาหมออีกเลย การวิ่งไม่ได้ทำให้เราแข็งแรงเท่านั้น แต่มันคือการเอาชนะใจตัวเองด้วย ซึ่งเราสามารถนำสิ่งที่ได้จากการวิ่งไปใช้ในการทำงานได้ นั่นคือเรื่องความอดทน หลายครั้งที่เหนื่อยและท้อจากงาน เมื่อมองเห็นภาพอุปสรรคที่เราเจอในสนามวิ่งก็ทำให้เราฮึดมากขึ้น ภาพตอนวิ่งเป็นกำลังใจตัวเองได้ดีสำหรับผม ขณะที่วิ่งเราคิดว่าหยุดได้แต่อย่าถอยหลัง การทำงานก็เหมือนกันห้ามถอย” ใหม่ บอกประโยชน์ที่เขาได้รับจากการวิ่ง

ขณะที่ อาภาวรรณ ทิ้งท้ายว่า สำหรับเธอการวิ่งคือการสร้างสังคมของคนรักสุขภาพ เสน่ห์ของการวิ่งนอกจากจะทำให้กลุ่มเพื่อนที่คุ้นเคยได้มาเจอกันแล้ว ยังได้กลุ่มเพื่อนใหม่ เห็นมิตรภาพทั้งในสนามและนอกสนามแข่ง “เราเห็นแรงบันดาลใจในขณะวิ่ง ที่สำคัญเราได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นไม่ซ้ำที่กันเลยสักอาทิตย์ในหนึ่งปี”

จากการวิ่งเหยาะๆ สองสามก้าว กลายเป็นกลุ่มนักวิ่งที่คนในวงการวิ่งรู้จัก สมาชิกกลุ่มเริ่มจากกลุ่มเพื่อนสนิท ตอนนี้กลายเป็นเครือข่ายของเพื่อนที่เชื่อมโยงกันด้วยกิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพคือการวิ่ง การวิ่งล่ารางวัลไม่ใช่เป้าหมาย แต่ร่างกายที่แข็งแรงและสุขภาพจิตที่ดีต่างหาก คือสิ่งที่พวกเขาได้รับ

หากอยากเริ่มออกวิ่ง 239 กับพวกเขาติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook.com/239 Runner TEAM