ผู้เสียหายสหกรณ์ฯคลองจั่นร้องยธ.ทวงความคืบหน้าคดี

วันที่ 14 ธ.ค. 2558 เวลา 18:47 น.
ผู้เสียหายสหกรณ์ฯคลองจั่นร้องยธ.ทวงความคืบหน้าคดี
กลุ่มผู้เสียหายคดีสหกณ์ฯคลองจั่น ร้อง รมว.ยธ.ทวงคืบหน้าคดีสหกรณ์ฯคลองจั่น ด้าน ดีเอสไอ แจงยิบ 7 คดีเกี่ยวข้อง คาดทุกคดีเสร็จภายในเดือนธ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม และชมรมฟื้นฟูสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น พร้อมผู้เสียหายกว่า 30 คน เดินทางยื่นหนังสือต่อ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อสอบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคอลงจั่น จำกัด พร้อมทั้งให้พล.อ.ไพบูลย์ กำชับการทำงานของเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่ามีการดำเนินคดีนี้ล่าช้า ซึ่งในวันนี้ครบรอบ 3 ปี ของการทำคดีดังกล่าวแล้ว มีความเสียหายกว่า 21,000 ล้านบาท โดยมี พล.อ.ไพบูลย์ เป็นผู้รับมอบหนังสือ จากนั้น ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผู้บัญชาการสำรักคดีอาญาพิเศษ 3 ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าว เป็นผู้ชี้แจง

พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวว่า สำหรับคดีสหกรณ์ฯคลองจั่น ดีเอสไอได้ดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์ฯคลองจั่นแล้ว รวม 7 คดี ประกอบด้วย

1.คดีที่ 146/2556 กรณีนายพิษณุ ชีวะสิทธิ์ กับพวก ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯคลองจั่น กับพวก ข้อหาร่วมกันยักยอกทรัพย์ มูลค่าความเสียหายกว่า 13,000 ล้านบาท ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้องนายศุภชัย กับพวกแล้ว ในข้อหาร่วมกันยักยอกทรัพย์ และส่งสำนวนให้พนักงานอัยการแล้วเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2557 ก่อนจะมีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมในส่วนของเช็ค 787 ฉบับ ซึ่งเราก็ดำเนินการแล้วเสร็จพร้อมส่งให้พนักงานอัยการเมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา

2.คดีพิเศษที่ 63/2557 กรณีนายสมาน ครองเมือง กับพวก รวม 2,205 คน ซึ่งเป็นสมาชิกสหกรณ์ฯคลองจั่น และนายไพโรจน์ จำลองราษฎร์ ผู้รับมอบอำนาจจากสหกรณ์ฯคลองจั่น ได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่นายศุภชัย กับพวก ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน มูลค่าความเสียหายกว่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งดีเอสไอได้รวบรวมพยานหลักฐานและสรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้องนายศุภชัย กับพวก รวม 12 คน ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และส่งให้อัยการแล้ว เมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา

3.คดีพิเศษที่ 64/2557 น.ส.สุดาภรณ์ กองธรรม ผู้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯคลองจั่น ซึ่งเป็นชุดชั่วคราว ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับนายศุภชัย ในข้อหายักยอกทรัพย์ มูลค่าความเสียหาย 27 ล้านบาท ซึ่งในคดีนี้ ดีเอสไอได้สรุปสำนวนสั่งฟ้องนายศุภชัย ในข้อหายักยอกทรัพย์ โดยพนักงานอัยการได้สั่งฟ้องนายศุภชัย ในข้อหาเดียวกัน และจะมีการนัดสืบพยานโจทย์ครั้งแรกในวันที่ 8 มี.ค. 2559 ปัจจุบันนายศุภชัยถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

4.คดีสืบสวนที่ 110/2558ทนายอัจฉริยะ เอี่ยมดิลกวงศ์ ผู้รับมอบอำนาจจากสมาชิกสหกรณ์ฯคลองจั่น ได้กล่าวหาให้ดำเนินคดีกับกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จากการสืบสวนพบว่า เป็นเรื่องที่นายทะเบียนสหกรณ์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงมีพฤติการณ์ดังกล่าว จึงเข้าข่ายเป็นความผิดที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดีเอสไอจึงได้ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. รับไปพิจารณาแล้ว เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา

5.คดีพิเศษที่ 68/2558 กรณีพบว่านายศุภชัย ทำการโอนเงินที่ยักยอกมาจากสหกรณ์ฯคลองจั่น โดยสั่งจ่ายเช็คห้แก่นายสถาพร วัฒนาศิรินุกูล และต่อมานายสถาพร ได้นำเงินดังกล่าวไปซื้อทรัพย์สิน ซึ่งเป็นที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ในนามตนเองและในนามบริษัท เอสดับบลิวโฮลดิ้ง กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเข้าข่ายผิดฐานฟอกเงิน มูลค่าประมาณ 250 ล้านบาท ซึ่งคดีนี้ดีเอสไอได้สอบพยานแล้ว 19 ปาก เหลืออีก 5 ปากที่ยังไม่ได้สอบปากคำ จึงคาดว่าแล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค.นี้

6.คดีพิเศษที่ 70/2558 กรณีพบว่านายศุภชัย ได้นำเงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่าเป็นเงินที่ได้จากการยักยอกมาจากสหกรณ์ฯคลองจั่น ไปซื้อทรัพย์สินเป็นที่ดินในช่วงระหว่างปี 2552 จำนวนหลายแปลง ในพื้นที่อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ในนามตนเองและถือครองกรรมสิทธิ์ ก่อนจะมีการร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีพิเศษที่ 146/2556 นายศุภชัยได้ขายที่ดิน 8 แปลง ให้กับน.ส.อลิสา อัศวโภคิน และอีก 1 แปลง ให้กับนางวรรณา จิรกิตติ ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน เสียหายประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งดีเอสไอได้สอบพยานแล้ว 14 ปาก คงเหลือ 5 ปาก คาดเสร็จภายในเดือนธ.ค.นี้เช่นกัน

7.คดีพิเศษที่ 99/2558 หลังพบว่านายศุภชัย นำเงิน 321.4 ล้านบาท ซึ่งสั่งจ่ายเป็นเช็ค 10 ฉบับ โดยเป็นเงินที่ได้มาจากการยักยอกสหกรณ์ฯคลองจั่น ไปซื้อหุ้นของบริษัท เอ็มโฮมเอสพีวี 2 จำกัด ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงินเช่นกัน เสียหายประมาณ 320 ล้านบาท ขณะนี้ดีเอสไออยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนนี้เช่นกัน