ดราม่าหนัก!เพจดังซัดสื่อล้ำเส้นปมทำข่าว"ปอ ทฤษฎี"

วันที่ 25 พ.ย. 2558 เวลา 13:31 น.
ดราม่าหนัก!เพจดังซัดสื่อล้ำเส้นปมทำข่าว"ปอ ทฤษฎี"
ชาวเน็ตจวกสื่อปักหลักทำข่าว"ปอ ทฤษฎี"รบกวนผู้ป่วย ด้านนักข่าวยันไม่ล้ำเส้น

กลายเป็นประเด็นร้อนไปแล้ว

สำหรับกรณีที่สื่อมวลชนปักหลักทำข่าวการเข้ารักษาตัวของพระเอกหนุ่ม"ปอ ทฤษฎี สหวงษ์" ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยต่างออกมาตำหนิว่าเป็นการรบกวนผู้ป่วย และคนไข้รายอื่นๆ ทั้งยังอาจขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของทีมแพทย์และพยาบาลด้วย

ก่อนหน้านี้ ผศ. พญ.เยาวนุช คงด่าน อาจารย์แพทย์ประจำภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Youwanush Kongdan ระบุว่า การทำงานของนักข่าววุ่นวายและเสียงดังรบกวนมากๆ ที่ผ่านมาทางโรงพยาบาลต้องจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 2-3 คนมาดูแลนักข่าว เนื่องจากส่งเสียงดัง ทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทาง ร้อนก็โวยวายขอพัดลม จนเจ้าหน้าที่พยาบาลต้องรับโทรศัพท์มือเป็นระวิง ที่สำคัญแสดงความห่วงใยไปยังครอบครัวของปอที่พาน้องมะลิ ลูกสาวของปอมาที่โรงพยาบาล อาจเสี่ยงต่อการเจ็บไข้ได้ป่วย เนื่องจากเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยเชื้อโรค

ขณะเดียวกัน เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง อวยไส้แตกแหกไส้ฉีก ได้โพสต์สเตตัสตั้งคำถามว่า "กรณีคุณปอ เราได้อะไรจากนักข่าวไปเกะกะที่โรงพยาบาล?" ข้อความดังนี้

"ว่าจะไม่พูดอะไรแล้ว จนวันนี้เห็นข่าวว่าทางโรงพยาบาลเค้าย้ายคุณปอลงมาผ่าตัดด้วยความโกลาหล ต้องเอาพลาสติกคลุมลงมา โดยมีกองทัพนักข่าวกรูไปรุงรังเกะกะ

ผมคิดว่าเราควรปฏิรูปสื่อได้แล้ว โดยเฉพาะสื่อบันเทิง ที่ทุกวันนี้แทบจะมีสภาพไม่ต่างอะไรกับแฟนคลับดาราที่มีอภิสิทธิ์ได้เข้าไปในโซนดารามากกว่าแฟนคลับหรือติ่งที่เข้าไม่ได้เท่านั้น ความบ้าดาราของสื่อไม่ได้ต่างอะไรจากติ่งเลย ประชาชนคนธรรมดาไม่ต้องจบสื่อมามีความคิดเกี่ยวกับข่าวดารายังไง สื่อมวลชนสาขาบันเทิงก็คิดได้เท่านั้น สื่อบันเทิงบ้านเราแทบจะไม่มีภูมิปัญญาหรือสติในการคิดที่จะต่อยอดข่าวบันเทิง หรือให้บทเรียนอะไรกับประชาชนในกรณีศึกษาดาราที่เกิดขึ้นต่างๆนาๆได้เลย

และในกรณี ปอ ทฤษฎี น่าตลก น่าหัวเราะจริงๆ ที่สารพัดสื่อหลงไปลงข่าวลวงตามโซเชียล สารพัดสื่อไปเกาะกระแสผู้วิเศษนักไสยที่อยากดัง เอามาลงเป็นข่าวกระแสหลัก ในขณะเดียวกันในวันที่ทาง รพ รามา ลงข่าวว่าอาจจะต้องตัดขา เราแทบหาความรู้เกี่ยวกับการตัดขาในกรณีที่ติดเชื้อจากสื่อบันเทิงไม่ได้เลย ต้องไปหาตามเพจคุณหมอต่างๆที่ให้ความรู้ สื่อบันเทิงไม่มีความคิดที่จะไปหาความรู้เลย จนวันรุ่งขึ้นเราถึงเห็นสื่อกระแสหลักไปแชร์รายละเอียดเหตุผลที่ต้องตัดขามาจากเพจต่างๆ ส่วนประชาชนที่ไม่ได้ตามข่าวในเฟซบุ้ค ยังเห็นสื่อบางฉบับลงข่าวมั่วๆซั่วๆเกี่ยวกับนักไสยอยู่เลย

วันนี้ผมอยากจะถามสื่อที่ไปเกาะตามโรงพยาบาลว่า คุณได้ทำประโยชน์อะไรให้กับประชาชนบ้าง นอกจากไปรุงรังเกะกะ คอยไปถ่ายรูปดาราที่มาเยี่ยมคุณปอ ผมว่าดาราที่เค้าจะไปเยี่ยมเค้าก็ไม่ผิดในฐานะเพื่อนร่วมอาชีพ แต่ผมอยากถามว่ามันสำคัญอะไรที่จะต้องไปคอยตามถ่ายรูปดาราที่ไปเยี่ยม คอยสัมภาษณ์ คือประชาชนได้อะไรจากการเกาะติดตามภาพถ่ายดาราที่ไปรามาเหรอครับ เท่าที่ทราบ มันหนักถึงขนาดว่าผู้จัดการดาราบางคนโทรบอกนักข่าวนัดเวลากันแล้วว่าจะไปเยี่ยมตอนโน้นตอนนี้ แล้วให้สื่อมารอถ่ายรูป

บางครั้งการมาเกาะติดที่โรงพยาบาล กับการไปนั่งหาความรู้ หรือคิดประเด็นต่อยอดทำสกู๊ปให้ความรู้กับประชาชนในกรณีศึกษาต่างๆ จะด้วยโรคไข้เลือดออกบ้าง จะด้วยเรื่องชีวิตครอบครัวดารากับความเป็นส่วนตัวที่ประชาชนควรยอมรับได้แล้ว ทุกวันนี้ผมก็ยังงงว่านักข่าวไปตามถ่ายรูปน้องมะลิเต้นเอามาให้ประชาชนดู คือน้องมันก็เด็กน้อยอาะนะ ทำข่าววันสองวันพอแล้ว อย่าทำตัวเป็นติ่งดาราเสียเอง เห็นเด็กมันน่ารัก เห็นประชาชนชอบก็ไปเกาะไปถ่ายรูปเด็กมันทุกวัน ไม่คิดเหรอว่าเด็กมันจะงง วันนึงกูอยู่ของกูดีดี วันนี้พ่อกูไม่สบาย พวกมึงมากรูมารุงรังถ่ายรูปกูไปทำไม

พอนะครับ ทางโรงพยาบาลเค้าอยากได้ความเป็นโรงพยาบาลกลับคืนมา มันเกะกะรบกวนญาติคนไข้ท่านอื่นๆ มันเกะกะขวางทางการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วย กลับไปสำนักงาน ไปทำข่าวอย่างอื่น มีอะไรทางโรงพยาบาลเค้าออกประกาศเอง ประชาชนก็ได้รู้ข่าวของจริงไม่มั่วซั่วไม่รุงรังแบบนี้ด้วย ขอเถอะครับ นาทีนี้ผมเชื่อว่าคนที่เค้ารักคุณปอเค้าอยากเห็นแพทย์และโรงพยาบาลได้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพมากกว่าอยากเห็นนักข่าวไปเกะกะในโรงพยาบาลนะครับ."

หลังจากข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกโซเชียล !!!

ต่อมา สมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่งซึ่งระบุว่าตัวเองเป็นช่างภาพทีวีช่องหนึ่งที่ปักหลักทำข่าวอาการป่วยของปอมาตั้งแต่วันแรก ได้ออกมาชี้แจงถึงการทำงานของสื่อมวลชนว่า เนื่องจากปอ ทฤษฎีเป็นบุคคลสาธารณะ สังคมจึงสนใจติดตามความคืบหน้าของอาการป่วยของพระเอกหนุ่ม ดังนั้นจึงมีนักข่าวทั้งสายบันเทิงและสายอื่นๆเข้ามาปักหลักทำข่าวอย่างใกล้ชิดเป็นจำนวนมาก

ช่างภาพรายนี้ยอมรับว่าพฤติกรรมไม่เหมาะสมของนักข่าวมีจริง แต่เป็นส่วนน้อย ยกตัวอย่างกรณีที่ถูกกล่าวหา เช่น

อากาศร้อนแล้วร้องขอพัดลม ความจริงคือ เจ้าหน้าที่นำพัดลมมาเปิดให้ โดยที่นักข่าวไม่ได้ร้องขอ

กินแล้วทิ้งขยะไม่เป็นที่ ความจริงคือ ก่อนกลับบ้านทุกครั้ง ผู้สื่อข่าวและช่างภาพทุกคนนำถังขยะมาเดินไล่เก็บ

เข้าห้องน้ำเเล้วสกปรก ความจริงคือ ห้องน้ำที่เข้าทุกวันนี้สะอาดมาก

เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอาผ้าใบมาปิดกั้นไม่ให้ถ่าย ก็ยังจะถ่าย ความจริงคือ เจ้าหน้าที่นำผ้าใบมากั้นเพื่อฉีดยาฆ่าเชื้อ เนื่องจากต้องย้ายผู้ป่วยไปอีกแห่ง จึงจำเป็นต้องฆ่าเชื้อโรคโดยรอบบริเวณ

เล่นเสียงดังกับน้อง มะลิ ไม่เกรงใจโรงพยาบาล น้องมะลิเป็นเด็กน่ารัก ความสดใสของน้องทำให้มีสีสันมาผ่อนคลายความตึงเครียด

พาเด็กมาโรงพยาบาลทำไม โรงพยาบาลเชื้อโรคเยอะ เเต่มีการดูเเลเเละควบคุมอย่างดี

โทรถามอาการป่วยจากเจ้าหน้าที่ทำให้ไม่เป็นอันทำการทำงาน ผู้สื่อข่าวปักหลักอยู่หน้าห้องปอ ทฤษฎีอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องโทรหาโรงพยาบาล

จัดรปภ.มายืนเฝ้าหลายคน ปกติทางโรงพยาบาลกั้นที่ไว้ให้สื่อมวลชนเป็นสัดเป็นส่วนอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่รปภ.ที่มาเฝ้าเขามากั้นแฟนคลับไม่ให้มารบกวนต่างหาก

แย่งที่จอดรถโรงพยาบาล ผู้สื่อข่าวส่วนใหญ่นำรถไปจอดข้างหลังโรงพยาบาล เนื่องจากค่าที่จอดรถโรงพยาบาลราคาชั่วโมงละ 100 บาท ซึ่งแพงมาก และสื่อบางสำนักต้องออกค่าจอดรถเอง จึงไม่มีใครจอดตั้งเเต่ 8.00-20.00 ทุ่มแน่ๆ

อย่างไรก็ตาม นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี  ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับการทำงานของสื่อว่า ที่ผ่านมามีการพูดคุยกันตลอดระหว่างทีมแพทย์ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และสื่อมวลชน ต่างฝ่ายต่างทำงานร่วมกันได้ ไม่มีอะไรที่ขัดแย้งกันการทำงานของสื่อมวลชนชั้น 9 ได้มีการแบ่งพื้นที่ มีการกั้นทางเดิน และไม่ได้ขวางในส่วนที่ต้องทำงาน ไม่มีปัญหาอะไร อะไรที่ดูเหมือนขัดกันก็สามารถพูดคุยกันได้ ไม่อยากให้ขยายความเพียงบางส่วนออกไป เพราะเชื่อว่าทุกคนมีความตั้งใจและจุดหมายเดียวกัน

ที่มาเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/overhyp/photos/a.1532666270282634.1073741828.1532657213616873/1698572747025318/?type=3&theater , https://www.facebook.com/youwanush.kongdan/posts/10207181871819041