ภรรยาบิลลี่จี้ก.ทรัพย์ฯพักราชการชัยวัฒน์

วันที่ 06 ต.ค. 2558 เวลา 15:55 น.
ภรรยาบิลลี่จี้ก.ทรัพย์ฯพักราชการชัยวัฒน์
ภรรยา“บิลลี่”พร้อมทนายร้องปลัดกระทรวงทรัพย์ฯพักราชการ“ชัยวัฒน์”จนกว่าการตัดสินคดีจะแล้วเสร็จ

วันนี้ (6 ต.ค.) น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยาของ นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ซึ่งหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย. 2557 พร้อมทนายความจากสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน เดินทางเข้าพบ นายวิชัย สุกิจมงคลกุล ผู้อำนวยการส่วนติดตามตรวจสอบเรื่องร้องเรียน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เพื่อยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อปลัด ทส. ขอให้มีคำสั่งพักราชการ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี หรือให้ออกจากราชการทันที

ทั้งนี้ เนื่องจากอดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานรายนี้ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งได้กระทำการจนเป็นเหตุให้ตกเป็นจำเลยในคดีอาญาร้ายแรง เป็นผู้ถูกกล่าวหา ผู้ถูกสอบสวน และผู้ถูกฟ้องคดีในฐานความผิดต่างๆ รวมไปถึงเป็นผู้กระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชน ในการใช้อำนาจเข้าผลักดัน รื้อถอน และเผาทำลายทรัพย์สินของชาวกะเหรี่ยง ที่อาศัยอยู่บริเวณบ้านบางกลอยบน และบ้านใจแผ่นดิน ในเขตอุทยานฯ

น.ส.วราภรณ์ อุทัยรังษี ทนายความ เปิดเผยว่า ปัจจุบันนายชัยวัฒน์ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการส่วนจัดการต้นน้ำ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) ได้ถูกฟ้องคดีในฐานความผิดต่างๆ หลากหลาย ได้แก่ 1.เป็นจำเลยในคดีอาญาจ้างวานฆ่าและร่วมกันฆ่านายทัศน์กมล โอบอ้อม โดยไตร่ตรองไว้ก่อน ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์

2.เป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเผาบ้าน ยุ้งฉาง และทรัพยากรอื่น ของชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่บนชุมชนดั้งเดิมบ้านบางกลอยบน หรือ ใจแผ่นดิน ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองกลาง 3.เป็นผู้กระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชน จากผลการตรวจสอบของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในการใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 เข้าผลักดัน รื้อถอน และเผาทำลายทรัพย์สินของชาวกะเหรี่ยง ที่อาศัยอยู่บริเวณบ้านบางกลอยบน และบ้านใจแผ่นดิน

4.ได้ถูกแจ้งความในความผิดกฎหมายอาญาฐานความผิดดังนี้ กระทำการหรือร่วมกับผู้ใต้บังคับบัญชาตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปและมีอาวุธปืน บังคับให้ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงออกไปจากที่อยู่อาศัย หากไม่กระทำตามจะรื้อทำลาย เผาบ้านเรือนที่อยู่อาศัย และได้เข้าไปหรือสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาโดยมีอาวุธปืน บุกรุกเข้าไปในบ้านเรือนของชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง และข่มขู่หากไม่ย้ายออกไปจะรื้อทำลายและเผาบ้านเรือน