ระวังแก๊งลักเด็ก แฝงตัวหลอกรักเด็ก

วันที่ 14 ก.ค. 2553 เวลา 10:52 น.
กรณีที่เกิดขึ้นกับ “น้องแพรว” ด.ญ.อภิสรา อินชะนะ ซึ่งถูกคนร้ายลักพาตัวหายไปตอนอายุเพียง 15 วัน เป็นกรณีตัวอย่างที่ตอกย้ำความเสื่อมทรามในสังคมไทยได้ชัดเจนที่สุด

แต่คดีนี้ตำรวจก็สามารถจับกุม สุรศักดิ์ รอดเจริญ ภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยาได้ ขณะที่น้องชายของเขา สุรพล รอดเจริญ และ จุฬาลักษณ์ กกแก้ว ภรรยาน้องชายยังหลบหนีอยู่
สาเหตุที่ลงมือก่อเหตุเนื่องจากน้องสะใภ้ต้องการมีลูกและพยายามรับบุตรบุญธรรม แต่เกรงว่าเด็กจะรู้ในภายหลัง ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงตระเวนหาลักเด็กในย่านกาญจนบุรี พระนครศรีอยุธยา และสุพรรณบุรี จนได้น้องแพรวมาเป็นเหยื่อ

แต่หลังจากที่ถูกกดดันหนักเข้าๆ จึงนำน้องแพรวมาคืน เพราะคิดว่าปัญหาจะจบ แต่หารู้ไม่ว่าคดีดังกล่าวเป็นคดีอาญา ยอมความไม่ได้ คำให้การของวายร้ายฟังแล้วดูไม่สมเหตุสมผลเท่าที่ควร
คดีนี้ตำรวจตัดประเด็นแก๊งลักเด็กข้ามชาติออกไปตั้งแต่แรก เพราะบ้านที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 1 กิโลเมตร เส้นทางค่อนข้างขรุขระ หากเป็นแก๊งลักเด็กข้ามชาติ น่าจะเลือกเป้าหมายขโมยเด็กตามสถานพยาบาลมากกว่า อีกทั้งสามารถเลือกเอาเด็กที่โต เลี้ยงดูง่ายกว่าไม่ดีกว่าหรือ

ตำรวจเลยสุ่มตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถที่มีความเป็นไปได้ทั้งหมดของรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีบรอนซ์ทอง หมวดทะเบียนกรุงเทพมหานคร แล้วตรวจกับระบบโปลิศ (POLIS) เพื่อตรวจสอบตำหนิรูปพรรณผู้ครอบครอง ไม่นานก็พบข้อมูลรถเก๋งคันดังกล่าวยังติดไฟแนนซ์อยู่ ส่วนผู้ครอบครองเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง

ขณะที่เข้าใกล้ตัวสองสามีภรรยาคนร้ายมากขึ้น ก็พบ “น้องแพรว” ถูกนำมาทิ้งไว้ในศาลาที่พักผู้โดยสารริมถนนสุพรรณบุรีตลิ่งชัน หลักกิโลเมตรที่ 8788 อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ในสภาพนอนอยู่บนเบาะและมีมุ้งครอบอย่างดี พร้อมทั้งของใช้เด็กอ่อน กะละมังพลาสติกวางอยู่

ชุดสืบสวนตั้งข้อสงสัยว่า ศาลาดังกล่าวอยู่บนถนนเปลี่ยว อีกทั้งอยู่ในยามวิกาลดึกดื่น เป็นไปได้หรือที่จะมีพลเมืองดีผ่านมาพบโดยง่าย ข้อสันนิษฐานนี้ จึงนำไปสู่การตรวจสอบข้อมูลสายโทรศัพท์ที่โทร.แจ้ง 191 สุพรรณบุรี ประกอบกับคำให้การของพยานแวดล้อม และตรงกันกับข้อมูลทางโทรศัพท์ของพลเมืองดี ในที่สุดก็ “บิงโก”

จากการสืบสวนทำให้ทราบว่า คนร้ายเป็นผู้ต้องหาผู้หญิงมีชื่อเล่นว่า “ตู่” อายุ 30 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.มุกดาหาร ตรงตามที่ข้อมูลเบื้องต้นระบุ “ตู่” เคยมีสามีแต่ได้เลิกรากันไป ระยะหลังหันไปคบหากับข้าราชการหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งมีภรรยาอยู่แล้ว

ทำให้ตำรวจตามต่อไปยัง “ข้าราชการ” คนดังกล่าว ซึ่งก็ยอมรับว่า เคยมีสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับหญิงสาวคนที่ว่าจริง แต่ระยะหลังไม่ค่อยได้เจอหน้ากัน

ตำรวจได้ข้อมูลสำคัญฝ่ายหญิงได้โทร.มาหาบอกว่าตั้งครรภ์ และคลอดก่อนกำหนดด้วยวิธีผ่าตัด เมื่ออายุครรภ์ได้ 7 เดือน ได้ลูกแฝดเป็นหญิงหนึ่งชายหนึ่ง พร้อมกับขอเงินค่าเลี้ยงดู 3 แสนบาท ข้าราชการคนดังกล่าวก็ให้ไป โดยไม่ได้เห็นหน้าลูกว่าคลอดจริงหรือไม่

นั่นคือการต่อ “จิ๊กซอว์” ในคดี “น้องแพรว” ที่ขึ้นต้นด้วยคนร้ายอ้างว่ารักเด็กอยากมีลูก แต่ลงท้ายกลับนำเด็กเป็นตัวประกันไถเงิน นี่ยังดีที่ไม่ใช่แก๊งลักเด็กไปขายอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง

พ.ต.ท.อุเทน นุ้ยพิน สารวัตรกองกำกับการสืบสวนสอบสวน 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1 (สว.กก.สส.3 บก.สส.ภ.1) ซึ่งเคยทำคดีลักเด็กมาหลายคดีให้ความเห็น ขบวนการแก๊งลักเด็กที่ตำรวจพบจะแตกต่างจากกลุ่ม NGO หรือมูลนิธิต่างๆ พบที่ออกมาบอกถึงขบวนการลักเด็กไปขอทาน หรือค้ามนุษย์

“จากประสบการณ์จริงของตำรวจไม่เคยเจอแก๊งลักเด็กเพื่อนำไปขอทาน หรือนำไปทารุณกรรม แต่เคยเจอลักเด็กไปเพราะอยากได้เด็กไปเลี้ยง จับได้เป็นกลุ่มคนที่ไปขโมยตามโรงพยาบาลหรือบ้านสังคมสงเคราะห์”

อย่างไรก็ตาม แต่เขาก็ไม่ปฏิเสธว่า ขบวนการนำเด็กไปขอทานมีอยู่จริง กลุ่มนี้มันจะไม่มีความเมตตาต่อเด็ก และจะทำให้ไม่สามารถตามหาเด็กเจอ

อย่างคดีที่ จ.ลพบุรี ตำรวจตามจับคนร้ายได้ เพราะพาเด็กไปหาหมอเนื่องจากเด็กป่วยไม่ยอมกินนม หมอสงสัยเลยแจ้งตำรวจตามจับได้ที่ อ.ราศีไศล จ.ศรีสะเกษ ดังนั้นจึงเชื่อว่าธรรมชาติมนุษย์ของพ่อแม่ลูก ถ้าไม่ได้อยู่ด้วยกัน จะไม่คุ้นมือ เด็กเจ็บป่วยง่าย

พ.ต.ท.อุเทน เชื่อว่าคนที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่กำเนิดช่วยได้ เด็กจะไม่กินนมกระป๋อง ทำให้คนที่ลักเด็กไปด้วยความเอ็นดูจำเป็นต้องส่งคืน เพราะมีความสงสารเด็กอยู่ในใจ แต่ถ้าเป็นแก๊งลักเด็กเพื่อนำไปเป็นขอทานก็จะไม่ได้คืน เพราะมันไม่มีเมตตา

“พ่อแม่เด็กอย่าไว้ใจใคร เผลอเมื่อไหร่ถูกขโมยเมื่อนั้น ส่วนใหญ่จะลักเด็กจากโรงพยาบาล ฉะนั้นการเลี้ยงดูด้วยนมแม่จะเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด”

พ.ต.ท.อุเทน บอกว่า โจรที่ลักเด็กไม่เกี่ยงว่าต้องมีเงิน อย่างที่จับได้จนไม่มีเงินจะกินแต่ก็ลัก แรงจูงใจในการลักเด็กคืออยากมีลูก เป็นเรื่องที่แปลกสำหรับผู้หญิง มีอะไรแปลกและมีปัจจัยหลายอย่าง บางคนมีลูกแล้วแท้งบ่อย ไม่มีลูกสักที ก็เลยลงมือลักลูกคนอื่น แม้จะมีบทลงโทษข้อหาพรากเด็กไปจากพ่อแม่ คนเหล่านี้ก็ไม่สนใจ

แก๊งลักเด็กไปขายถือเป็นแก๊งที่ชั่วร้ายอย่างมาก บางแก๊งลักเด็กเพื่อนำไปทารุณกรรมจนพิการแล้วส่งขายไปเป็นขอทาน หรือค้าประเวณี หรือเรียกค่าไถ่ ถือเป็นการหากินกับเด็กที่ไม่มีทางสู้

การปราบปรามแก๊งเหล่านี้ ต้องเอาให้เข็ดหลาบ จึงไม่แปลกที่พ่อแม่ของเด็กบางคนที่สูญเสียบุตรหลานไปอย่างไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่ สาปส่งให้ออกกฎหมายประหารชีวิตแก๊งชั่วเหล่านี้ให้สิ้นซาก!!