นายกฯแนะใส่เนื้อหาประวัติศาสตร์-ค่านิยมในหลักสูตร

วันที่ 27 ก.ค. 2558 เวลา 18:31 น.
นายกฯแนะใส่เนื้อหาประวัติศาสตร์-ค่านิยมในหลักสูตร
พล.อ.ประยุทธ์แนะ ใส่เนื้อหาประวัติศาสตร์-ค่านิยม 12 ประการในหลักสูตร ชี้ปัญหา ศก.มีปัญหาเพราะไม่พัฒนานวัตกรรม

เมื่อวันที่ 27 ก.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการจัดนิทรรศการและสื่อสารคดีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและได้ให้โอวาทแก่เด็กนักเรียนที่ร่วมโครงการ

นายกฯกล่าวให้โอวาทตอนหนึ่งว่า สิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถทรงทำไว้นั้นมากมายมหาศาล เพียงแต่วันนี้โลกมันเปลี่ยนแปลง ความเจริญ ความทันสมัย โซเชียลมีเดีย สื่อ กว้างขวางขึ้น คุณภาพก็ไม่เท่ากัน เราจึงต้องปรับปรุงสื่อให้มีคุณภาพมากขึ้น โดยให้มีความรับผิดชอบ สร้างสาระที่เป็นประโยชน์ให้กับประชาชน หากให้แต่ความบันเทิงอย่างเดียว มันก็สนุกชั่วครั้งคราวแต่ไม่ได้อะไรกลับมา มีบันเทิงอย่างเดียวแต่ไม่มีสาระมันก็ไปไม่ได้ บางคนก็บอกว่าถ้าไม่อ่านสื่อหรือฟังโซเชียลเลยก็โง่ ไม่ทันเขา แต่ถ้าฟังเชื่อหมดตามนั้นก็เป็นบ้า เราต้องทำให้ดีกว่านั้น สื่อเราต้องเป็นสื่อที่มีคุณภาพ มีความรับผิดชอบ

นายกฯ กล่าวอีกว่า เราตั้งใจทำเพื่อสถาบันทุกพระองค์ วันนี้เกิดความไม่เข้าใจกันบ้าง เพราะเด็กรุ่นใหม่ไม่ทัน ต้องไปคิดใหม่ว่าจะนำเสนออย่างไร ต้องเท้าความตั้งแต่ความเป็นมา ประเทศไทยมีกี่ยุคสมัย มีกี่พระองค์ หากคนเราไม่รู้ว่าประวัติศาสตร์ตนเองก็ไม่รู้ว่าจะรักชาติได้อย่างไร ทุกวันนี้การสงครามน้อยลง แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ยังคงต่อสู้กับความยากจนให้กับประชาชน ไม่ว่าใครจะคิดว่าใช่ไม่ใช่ แต่ท่านคิดว่าทุกคนคือประชาชนของท่านทั้งหมด ไม่ว่าจะดีหรือเลว ท่านต้องดูแลคนทุกคน ถ้าคนไม่ดีท่านก็บอกให้เติมความดีไปเรื่อยๆจนถ่วงความไม่ดีจนเสมอตัวเพื่อไม่สร้างความเดือดร้อนแก่สังคม เราต้องแก้ไขคนเหล่านี้ให้ได้

ปัญหาของเราเกิดจากความยากจนเพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่สะดวกสบาย มีกินมีใช้ อัตราการว่างงานต่ำกว่า 1น้อยที่สุดในโลก สิงคโปร์มีอาชีพมอเตอร์ไซด์รับจ้างไหม มีอาชีพคนเก็บค่าเข้าออกประตู พอวันนี้เราเข้มงวดรายได้ในส่วนนี้ก็หายไป ซึ่งสิ่งที่เราทำอยู่มันยากในระยะแรกแต่ต่อไปจะเข้มแข็งขึ้น ต้องหัดคิดแบบที่ตนคิด ไม่อย่างนั้นก็ไปไม่ได้เราเคยมีเศรษฐกิจที่ดีเมื่อ ยี่สิบกว่า ปีมาแล้ว ไม่เคยมีปัญหา มีโรงงานมีเทคโนโลยีมาตั้งแต่ตอนนั้น เราเริ่มต้นมาก่อนเขา เราก็อยู่อย่างนั้นมาตลอด มีการพัฒนาเครื่องจักร นวัตกรรม เทคโนโลยีใหม่ๆ น้อยมาก ยังคงผูกพันกับรายได้ของการส่งออกเป็นหลัก รายได้การส่งออก 230,000 ในแต่ละปี คิดเป็น 70 โดยมาจากภาคการเกษตรทั้งหมด ซึ่งไม่ได้รับการพัฒนา สมัยนี้ก็ขายไม่ได้เพราะต่างประเทศเขาผลิตใหม่แล้ว ไม่ก็ไปจ้างประเทศที่มี GSP เรื่องอะไรเขาจะมาซื้อที่เรา ราคาค่าแรงก็สูง ต้นทุนก็สูง วันนี้เราอยู่ประเทศรายได้ปานกลางร่อแร่ไปทางต่ำ คนรวยก็รวยมาก คนจนก็จนมาก ถ้าอยากจะให้พ้นต้องไปพัฒนาฝีมือแรงงาน วิชาชีพต้องมากขึ้น และมีคนไปทำงานที่โรงงานใหม่ๆ มีเทคโนโลยีสูง พูดภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่นได้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ในส่วนของการทำงาน ทุกคนรู้ปัญหาทั้งหมดแต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ต้องเอาปัญหามาคลี่แล้วแบ่งเป็นตอนๆ เหมือนกับการแก้ปัญหาของคสช. โดยทำสิ่งที่เร่งด่วนก่อน ตนไม่ทำก็ไม่ได้ไม่อย่างนั้นก็หาว่ารัฐบาลไม่ดูแล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องล็อตเตอรี่ เด็กแว้น ไม่ทำก็บ่น พอทำก็บอกว่าเป็นเรื่องเล็กจะทำทำไม คนไทยเอาใจยาก เป็นคนโรแมนติกมั้ง ชอบเอาความรู้สึกเป็นหลัก คนไทยเป็นคนละเอียดอ่อน เรื่องเล็กทำเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องใหญ่ทำเป็นเรื่องใหญ่ไปเยอะๆ นั่นแหละคนไทย สิ่งเหล่านี้ต้องไปแก้ในระบบการศึกษา แต่สมัยนี้เป็นระบบท่องอย่างเดียว ไม่มีจินตนาการ สร้างกระบวนการคิดที่ไม่ต่อเนื่อง พอถามลูกหลานก็บอกว่าจะคิดทำไม  เขาสร้างสมองมาให้คิด ถ้าบังคับสมองสี่ซีกของตัวเองไม่ได้ก็อย่าอยู่เลย

นายกฯ กล่าวอีกว่า เรื่องค่านิยม 12 ประการ ไม่ได้ไปบังคับให้เชื่อฟังเพราะตนไม่ได้อะไร แต่คนที่ได้คือตัวท่านทุกคน ประเทศชาติ ตนถามหน่อยว่ามันผิดตรงไหน ทำแล้วมันตายไหม คนมันจะว่ามันก็ว่าอยู่ทุกวัน ไอก็ผิดแล้ว เราก็อย่าไปฟังคนไม่ดีเหล่านั้น และต้องทำให้สังคมเข้มแข็ง โดยทุกอย่างจะเกิดขึ้นจากสังคมในครอบครัว ทุกวันนี้พ่อแม่ไม่มีเวลาให้ลูกเพราะต้องทำงาน ลูกก็ไม่มีเวลาให้พ่อแม่เพราะต้องเรียน ทำให้ครอบครัวขาดความอบอุ่น ต้องดูว่าทำอย่างไรเราจะลดเวลาเรียนเด็ก แต่อย่าให้โง่กว่าเดิม ต้องฉลาดมีความคิดตามวัยเจริญพันธ์ ต้องเรียนหนังสือเยอะๆ แต่จะทำอย่างไรให้เรียนแล้วมีความสุข ครูมีความสุข ปกครองมีความสุข ไปหาวิธีทำมาให้ได้ในช่วงเวลา 2 ปีที่ตนอยู่ในตำแหน่ง เอาหลักสูตรเก่ามาปรับ เติมวิชาอื่นลงไปบ้างไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ ค่านิยม 12 ประการ ช่วงบ่ายก็ให้เด็กเล่นกีฬา จะได้แข็งแรง

“วันนี้ประเทศไทยขาดนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ แต่ไม่เรียน ไปเรียนอักษรศาสตร์เสียเยอะ แต่เรียนไปเรียนมาไม่ชอบซักอย่าง ต้องหาให้เจอว่าชอบอะไรไม่ต้องวิจารณ์คนอื่น หาตัวเองเจอค่อยวิจารณ์คนอื่น ถ้าไม่มีความรู้หรือข้อมูลพื้นฐานไปวิจารณ์เขาจะทำให้สังคมปั่นป่วนไปหมด”นายกฯกล่าว