ศาลปกครองไม่รับฟ้องคดีสั่งรื้อโบราณสถานวัดกัลยาณมิตร

  • วันที่ 18 มิ.ย. 2558 เวลา 13:40 น.

ศาลปกครองไม่รับฟ้องคดีสั่งรื้อโบราณสถานวัดกัลยาณมิตร

ศาลปกครองสูงสุดไม่รับฟ้องคดีสั่งรื้อโบราณสถานในวัดกัลยาณมิตร  จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

วันที่ 18 มิ.ย.ที่ศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ ศาลอ่านคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด  มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลปกครองชั้นต้น  ไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ในคดีคำร้องที่ 601/2556 ตามคำสั่งที่ 118/2558  ซึ่งเป็นคดีพิพาทระหว่างวัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร  ยื่นฟ้องกรมศิลปากร  เป็นผู้ถูกฟ้องคดี  เรื่องคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีกรมศิลปากร ออกคำสั่งที่ วธ 0403/1035 ลว.8 มีนาคม 2555 เรื่องห้ามรื้อถอน ทำลาย โบราณสถานภายในวัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร 3 จำนวนหลัง  ภายในวัดกัลยาณมิตรที่ถูกขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน

โดยศาลปกครองสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า  การที่ผู้ฟ้องคดียื่นฟ้องคดีนี้โดยอ้างว่า อาคารภายในเขตของผู้ฟ้องคดีจำนวน 3 หลัง ได้แก่ อาคารหมายเลข 20 ค 4/4หมายเลข 20 ค 4/5 และหมายเลข 21 ตามแผนผังโบราณสถานวัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหารที่จัดทำโดยกลุ่มวิชาการทะเบียนโบราณสถาน สำนักโบราณคดี ไม่ได้เป็นโบราณสถาน โดยอ้างเหตุผลในทำนองเดียวกับที่กล่าวอ้างในคดีหมายเลขดำที่ 90/2552 หมายเลขแดงที่ 2044/2553 และมีคำขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดี ระงับการขึ้นทะเบียนผู้ฟ้องคดีเป็นโบราณสถานและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน  จึงเป็นการขอให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลปกครองชั้นต้นเกี่ยวกับประเด็นความเป็นโบราณสถาน โบราณวัตถุ และศิลปวัตถุ ของผู้ฟ้องคดี  อันเป็นประเด็นแห่งคดีที่ศาลปกครองกลางได้เคยวินิจฉัยชี้ขาดไปแล้ว และคดีถึงที่สุดแล้วว่าวัดกัลยาณมิตรฯ เป็นโบราณสถานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วตามกฎหมาย รวมทั้งได้มีคำพิพากษาให้กรมศิลปากรสั่งให้ทางวัดระงับการซ่อมแซม แก้ไขเปลี่ยนแปลง รื้อถอน ต่อเติม ทำลาย เคลื่อนย้ายโบราณสถานหรือปลูกสร้างอาคารตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการก่อสร้างอาคารภายในเขตของโบราณสถานวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหารโดยเด็ดขาด  และอันเป็นการขอให้ดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ซึ่งเป็นข้อต้องห้ามมิให้กระทำตามข้อ 96 แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2543  การที่ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความนั้น ศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วย จึงมีคำสั่งยืนตามศาลปกครองชั้นต้น

ด้านนายเสมือน ขุนสุนทร ผู้รับมอบอำนาจจากวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร กล่าวภายหลังรับทราบคำสั่งศาลปกครองสูงสุดว่า ต้องเคารพคำสั่งศาล หลังจากนี้ต้องไปรวบรวมข้อมูลก่อนว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป

ขณะที่นายเชียรช่วง กัลยาณมิตร ในฐานะทายาทตระกูลกัลยาณมิตร กล่าวว่า เมื่อศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามศาลปกครองกลางก็เท่ากับว่าคดีนี้สิ้นสุดแล้ว และอยากร้องขอให้ตำรวจผู้รับผิดชอบเดินหน้าดำเนินคดีอาญาจำนวน 4 คดี ค้างเก่าต่อเจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ในความผิดฐานร่วมกันทำลายโบราณสถานซึ่งขึ้นทะเบียนไว้แล้วโดยไม่ได้รับอนุญาต และหลังจากนี้ตนจะเดินทางไปที่ สน.บุปผาราม นำสำนวนคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อใช้ประกอบในการดำเนินคดีอาญาทั้ง 4 คดีต่อไป และหากทางมหาเถรสมาคมเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวตนก็จะฟ้องร้องดำเนินคดีด้วย

 

ข่าวอื่นๆ