สธ.ยันไม่พบโรคเมิร์สระบาดที่ร้อยเอ็ด

  • วันที่ 17 มิ.ย. 2558 เวลา 15:26 น.

สธ.ยันไม่พบโรคเมิร์สระบาดที่ร้อยเอ็ด

กรมควบคุมโรคยันไม่พบการติดเชื้อโรคเมิร์สทั้ง3รายที่จังหวัดร้อยเอ็ด ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนัก

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงผ่านเว็บไซต์ถึงข้อเท็จจริง ตามที่มีกระแสข่าวกรณีพบผู้ป่วยสงสัยติดเชื้อโรคเมิร์ส ที่จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นผู้เดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้นั้น ขณะนี้ ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการออกมาแล้ว ไม่พบการติดเชื้อโรคเมอร์ส ทั้งสามราย

ทั้งนี้ จากการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นในประเทศไทย ยังไม่มีรายงานพบผู้ป่วยโรคนี้ แต่อย่างใด จึงขอให้ประชาชนอย่าเพิ่งตื่นตระหนก หากมีการตรวจพบผู้ป่วยโรคเมิร์สเมื่อใด กระทรวงสาธารณสุขจะรีบแจ้งให้ทราบทันที เพื่อการป้องกันควบคุมโรคอย่างรวดเร็ว เนื่องจากประเทศไทยเองก็มีความเสี่ยงเช่นเดียวกับประเทศต่างๆ ต่อการระบาดของโรคผ่านผู้เดินทางไปมาระหว่างประเทศที่มีการระบาด คือแถบตะวันออกกลางและเกาหลีใต้ ซึ่งขณะนี้องค์การอนามัยโลกยังไม่มีข้อห้ามในการเดินทางไปยังประเทศที่พบผู้ป่วย ดังนั้น                  ไทยจึงได้ดำเนินมาตรการในการตรวจจับการระบาดของโรคในกลุ่มเสี่ยง และหากพบผู้ป่วยก็ควบคุมโรคได้อย่างรวดเร็ว เน้นการเฝ้าระวังที่โรงพยาบาล รวมทั้งป้องกันการแพร่กระจายเชื้อในสถานพยาบาลนอกจากนี้ เพื่อเป็นการป้องกันโรค จึงขอให้คำแนะนำต่อประชาชนดังนี้ 

1.ประชาชนที่เดินทางไปประเทศที่พบผู้ป่วย ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค ได้แก่

หากไม่จำเป็น ควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานพยาบาลในช่วงที่มีการระบาดของโรคหลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจหรือผู้ที่มีอาการไอหรือจามหลีกเลี่ยงการเข้าไปหรือสัมผัสฟาร์มสัตว์ หรือสัตว์ป่าต่างๆ.หรือดื่มน้ำนมดิบ โดยไม่ผ่านการฆ่าเชื้อโรค โดยเฉพาะน้ำนมอูฐ ซึ่งอาจเป็นแหล่งรังโรคของเชื้อได้ปฏิบัติตามสุขอนามัย กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ถ้ามีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสคลุกคลีกับบุคคลอื่น เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ เมื่อไอหรือจามควรใช้กระดาษชำระปิดปากและจมูกทุกครั้ง และทิ้งกระดาษชำระที่ใช้แล้วลงในถังขยะที่ปิดมิดชิดและล้างมือให้สะอาด สวมหน้ากากอนามัย กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติได้ ควรไอหรือจามลงบนเสื้อผ้าบริเวณต้นแขน ไม่ควรจามรดมือ และรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่หลังจากกลับจากการเดินทาง หากภายใน 14 วัน มีอาการไข้ ไอ หรือเจ็บคอ หรือมีน้ำมูก ให้รีบไปพบแพทย์ทันที หรือโทร. 1669 พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง

2. ประชาชนสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ เว็บไซต์สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ http://beid.ddc.moph.go.th

ที่มา http://beid.ddc.moph.go.th/beid_2014/node/1917 

 

ข่าวอื่นๆ