ระวังภัยแก๊งปาหิน พลาดเพียงนิดเดียวอาจตายได้

  • วันที่ 23 พ.ค. 2558 เวลา 10:29 น.

โดย...ไซเรน

ใครคิดว่าแก๊งปาหินจะหมดไป.....

เพราะล่าสุดวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา บนถนนสายเชียงใหม่-ลำปาง ก็ยังเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น โดยเป็นการแชร์ข้อความให้ระมัดระวังแก๊งลอบปาหินตามถนน โดยเฉพาะรถยนต์ที่เดินทางในยามค่ำคืน

กลางคืนเพราะมืดมิด ระบบการมองของผู้ขับย่อมทำให้ลดสมรรถภาพลง รวมถึงกำลังตำรวจที่ออกตรวจตราอาจไม่เพียงพอ จึงเกิดพวกอันตรายต่อสังคมที่คึกคะนอง หรือหวังทรัพย์สินของเหยื่อ ลงมือปาหินใส่รถ

แต่หารู้ไหมว่า ที่ผ่านมามีคนต้องประสบเหตุถูกคนร้ายปาหินเข้าใส่จนทำให้บาดเจ็บและหนักถึงขั้นต้องเสียชีวิตลง

มาตรการดูแลความปลอดภัยจึงต้องมาตกอยู่กับตัวผู้ขับขี่เอง เพราะบางครั้งแน่นอนว่าคงไม่มีตำรวจไปประจำตามถนนสายหลัก หรือสายข้ามจังหวัดแน่นอน

เมื่อตำรวจไม่มีก็ใช่ว่าจะไม่อยากช่วยเหลือประชาชนนักเดินทาง แต่เหนืออื่นใดประชาชนหรือผู้ขับขี่เองก็ต้องช่วยเหลือระมัดระวังตัวเองเป็นสำคัญก่อน ซึ่งตำรวจก็ออกคู่มือประชาชนในเรื่องที่ระมัดระวังและป้องกันอันตรายจากแก๊งปาหิน

เพื่อให้จดให้จำและนำไปปฏิบัติหากจำเป็นต้องเดินทางไปในที่เปลี่ยวหรือในยามค่ำคืน

1.หากมีกำลังทรัพย์ควรติดฟิล์มกรองแสงชนิดใสที่กระจกหน้ารถทั้งบาน ซึ่งมีประโยชน์มากนอกจากกันความร้อนแล้ว ฟิล์มยังช่วยดูดซับแรงกระแทกจากก้อนหินที่มากระทบได้ดีด้วย

2.เหตุการณ์รถถูกปาหินมักเกิดในช่วงเวลากลางคืน บริเวณถนนที่มืดและเปลี่ยว ผู้ขับขี่รถยนต์ควรจะเปิดไฟสูงเป็นระยะ (เมื่อมีโอกาส) เพื่อสอดส่องดูว่ามีรถจักรยานยนต์กำลังขับขี่สวนทางมาหรือไม่ เนื่องจากคนร้ายมักซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่ไม่เปิดไฟหน้า หากเปิดไฟสูงนอกจากจะช่วยให้มองเห็นคนร้ายแล้ว ยังจะช่วยบดบังสายตาของคนร้ายได้ด้วย (ทำให้คนร้ายตาพร่าจากแสงไฟ) นอกจากนั้นไม่ควรขับรถด้วยความเร็วสูงบนถนนที่มีลักษณะนี้ให้ระวังทางโค้งมากเป็นพิเศษ เพราะคนร้ายมักใช้ทางโค้งเป็นจุดดักซุ่มรอ

3.หากสังเกตเห็นว่ามีรถจักรยานยนต์กำลังขับขี่สวนมาควรรีบชะลอความเร็วและเปลี่ยนช่องการจราจรให้ออกห่างจากรถจักรยานยนต์ดังกล่าวให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ (ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรและถนนเส้นนั้นๆ) ถ้าไม่สามารถเปลี่ยนช่องจราจรได้ให้ลดความเร็วให้เหลือเพียง 40-60 กม./ชม. พร้อมกับเปิดสัญญาณไฟกะพริบเพื่อเตือนรถที่ตามหลังมาว่ากำลังจะชะลอตัว ความเร็วยิ่งช้าเท่าไร? ความแรงของก้อนหินที่มากระทบรถก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น

4.หากรถถูกปาหินใส่ได้รับความเสียหายแล้ว อย่าจอดรถในบริเวณนั้นทันที เพราะคนร้ายอาจตามมาปล้นทรัพย์สิน โดยพยายามประคองรถช้าๆ ไปจนกว่าจะพบผู้คนและเข้าไปขอความช่วยเหลือหรือแจ้งตำรวจในทันที

5.สุดท้ายแล้วการป้องกันที่ดีที่สุด คือ ควรหลีกเลี่ยงเส้นทางมืดและเปลี่ยว ขับรถอย่างมีมารยาท อย่าแซงในที่คับขัน ซึ่งอาจเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้แก๊งปาหินโกรธและไล่ตามไปดักรอข้างหน้า โดยที่เราไม่รู้ตัวได้

ทั้ง 5 ข้อคือเรื่องสำคัญที่ประชาชนต้องระมัดระวังการเดินทางให้ดี เพราะนั่นหมายถึงชีวิตและทรัพย์สินของเราๆ ท่านๆ

อย่าประมาทเด็ดขาด เพราะเพียงแวบเดียว ความตายอาจมาเยือน

ข่าวอื่นๆ