ฎีกาแก้โทษคุก 33 ปีสิบเอก-ภรรยาวางบึ้มรถเจ้าหนี้

วันที่ 29 เม.ย. 2558 เวลา 12:47 น.
ศาลฎีกา พิพากษาแก้ จำคุก33ปี4เดือน สิบเอกทหารบก-ภรรยา วางระเบิดรถนักธุรกิจ หวังล้างหนี้

เวลา 10.00 น. วันที่ 29 เม.ย. ที่ห้องพิจารณา 807 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก  ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.2462/2552 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 และนางสุดใจ เกษกาญจนานุช ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง สิบเอกณรงค์ฤทธิ์ หรือเต้ย ดิษเจริญ อายุ 35 ปี ทหารประจำการสังกัด กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ และน.ส.เบญจทิพย์ หรือเบญญทิพย์ หรือ อ้อม เดโชชัย หรือ ดิษฐ์เจริญ อายุ 38 ปี เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน กระทำการให้เกิดการระเบิดจนเกิดอันตราย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 , 289 , 221 , 222 และ พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490

กรณีเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2552 จำเลยทั้งสองได้นำระเบิดขว้างชนิดเอ็ม 26 ประกอบเป็นระเบิดแสวงเครื่องซุกซ่อนในช่องเก็บของท้ายรถเมอซิเดสเบนซ์ ทะเบียน 8ษ-8938 กรุงเทพมหานคร  ซึ่งมีร้อยเอกทรงศักดิ์ ประเสริฐโสภณ, นางสุดใจ ประเสริฐโสภณ นักธุรกิจบ้านจัดสรรและค้าอัญมณี และ นายหมอน กลิ่นหอม คนขับ อยู่ภายในรถ ก่อนเกิดระเบิดขึ้นที่หน้าบ้านพักย่านห้วยขวาง เป็นเหตุให้นางสาวอารียา ใจดี คนรับใช้ที่มาเปิดประตูบ้านได้รับบาดเจ็บ และรถยนต์ได้รับความเสียหาย คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์มีนางสุดใจ โจทก์ร่วม เบิกความว่านางสาวเบญจทิพย์ จำเลยที่ 2 ได้ค้างชำระหนี้ที่เกิดจากการซื้อขายที่ดินและอัญมณี จำนวน 3,800,000 บาท และมีการทวงถามหลายครั้ง ก่อนวันเกิดเหตุ สิบเอกณรงค์ฤทธิ์ และนางสาวเบญจทิพย์ นัดให้ไปรับอาหารทะเลที่บ้านย่านถนนพระราม 5 โดยอ้างว่าเพื่อนำไปจัดงานเลี้ยง ซึ่งสิบเอกณรงค์ฤทธิ์ จำเลยที่1 เป็นผู้นำอาหารทะเลมาใส่ท้ายรถยนต์คันดังกล่าว ก่อนเกิดระเบิดขึ้น

ศาลเห็นว่าถึงแม้ไม่มีประจักษ์พยานว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้นำระเบิดไปใส่ท้ายรถแต่จากพยานแวดล้อมเชื่อได้ว่าจำเลยทั้งสองแบ่งหน้าที่กันทำ ไม่สามารถหักล้างพยานโจทก์ได้ แต่การนำสืบเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี พิพากษาแก้ลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 33 ปี 4 เดือน