DSIจับชาวอิหร่านแก๊งปลอมพาสปอร์ตรายใหญ่

  • วันที่ 18 มี.ค. 2558 เวลา 16:18 น.

DSIจับชาวอิหร่านแก๊งปลอมพาสปอร์ตรายใหญ่

ดีเอสไอ จับกุมชาวอิหร่านอยู่ไทยนานกว่า 20 ปี ตัวการใหญ่แก๊งปลอมหนังสือเดินทางเพื่อค้ามนุษย์-ลักลอบขนคนไปยังประเทศที่สาม

เมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาชาวอิหร่าน ตัวการรายใหญ่ของขบวนการค้าหนังสือเดินทางปลอมข้ามชาติ สำหรับผู้ต้องหากลุ่มนี้เข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองไทยเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี ประกอบธุรกิจรับซื้อหนังสือเดินทางที่ถูกขโมยมาจากทั่วโลก และปลอมด้วยการลักลอบนำหนังสือเดินทางที่ถูกขโมยเข้ามาจำหน่าย เจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมร้ายแรงและก่อการร้ายสากล สนธิกำลังกับกองบัญชาการตำรวจสันติบาล เข้าทำการตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 62/69 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา คือนายเอสราฟิล บอนดาร์ หรือ มูรัต กูเรลฯ ชาวอิหร่าน อายุ 45 ปี ในความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร ใช้เอกสารปลอม และใช้หนังสือเดินทางและแผ่นปะตรวจลงตราปลอม

ในการเข้าตรวจค้นจับกุมสามารถยึดของกลาง   อาทิ เครื่องตัดขอบการ์ด หลอดไฟแบ็คไลท์ แผ่นสติ๊กเกอร์วีซ่าเปล่า เอกสารแผ่นหน้าข้อมูลบุคคลของหนังสือเดินทาง และได้ตรวจยึดอุปกรณ์เก็บข้อมูลอิเลกทรอนิกส์ ซึ่งภายในบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือเดินทางปลอม แผ่นหน้าข้อมูลบุคคลที่มีการเปรียบเทียบกับภาพถ่ายบุคคลหน้าตรง จำนวนมากและไฟล์ข้อมูลภาพซึ่งถูกเก็บไว้ในโทรศัพท์สมาร์ทโฟนของผู้ต้องหา ข้อมูลรูปถ่ายบุคคลสำหรับใช้ติดในหนังสือเดินทาง เมื่อเจ้าหน้าที่ไปตรวจค้นห้องเช่าที่ ตำบลหนองปรือ เมืองพัทยา พบหนังสือเดินทางประเทศต่างๆ กว่า 60 ประเทศ รวมแล้ว 1,053 เล่ม ถูกเก็บไว้ในห้องเช่าดังกล่าว และยังพบรอยตราประทับบัตรประจำตัวประชาชน ใบอนุญาตขับขี่ และแผ่นหน้าข้อมูลบุคคลหนังสือเดินทางของประเทศต่างๆ รวมทั้งบัญชีเงินฝากธนาคาร และเอกสารที่เกี่ยวข้องอีกหลายประเภท

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาดีเอสไอได้ติดตามสืบสวนติดตามขบวนการดังกล่าวมาเป็นเวลานาน พบว่า นายปาคเนจัด ซีเยส รามิน ชาวอิหร่านผู้ต้องหาในคดีพิเศษ เกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบค้าหนังสือเดินทางปลอมให้แก่ผู้ที่ต้องการเข้าประเทศที่ 3 เป็นขบวนการลักลอบส่งคนเข้าประเทศที่ 3 และการค้ามนุษย์รายใหญ่ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ผ่านไทยไปยังสหภาพยุโรป  ทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยคนร้ายจะใช้คนไทยเป็นตัวกลางทำหน้าที่รับ-ส่งเอกสารสำคัญ ทำธุรกรรม เปิดบริษัทหรือทำธุรกิจบังหน้า เพื่อแฝงตัวในการกระทำความผิดดังกล่าว 

ส่วนคดีปลอมหนังสือเดินทาง ดีเอสไอสอบสวนจับกุม ได้แก่ กลุ่มของนางหยู๋ ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกเป็นเวลา 2 ปี กลุ่มของนายกิยานี่ และพวก รวม 5 คน ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกเป็นเวลา 12 ปี กลุ่มของนายโทนี่ และพวก รวม 4 คน ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกทั้งสิ้น 31 ปี 

ทั้งนี้กลุ่มของนายรามิน ซึ่งได้ยื่นขอประกันตัวต่อศาลจังหวัดพัทยา แล้วได้หลบหนีประกันชั้นศาล ปัจจุบันจับกุมนายรามินได้ที่ประเทศมาเลเซีย และอยู่ระหว่างดำเนินการร่วมกับพนักงานอัยการฝ่ายต่างประเทศ ขอให้ทางการมาเลเซียส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน และกลุ่มของนายชาฮซาด นาซีร บัตต์ ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 16 ปี 6 เดือน

 

ข่าวอื่นๆ