แถลงจับแก๊งโจรกรรมรถเช่า-ขโมยกระบะพี่โก๊ะตี๋

วันที่ 14 มี.ค. 2558 เวลา 13:10 น.
แถลงจับแก๊งโจรกรรมรถเช่า-ขโมยกระบะพี่โก๊ะตี๋
ตำรวจแถลง รวบแก๊งโจรกรรมรถกระบะขายต่อ มีรถของพี่ชายโก๊ะตี๋ ตลกดัง อีกคดี จับขบวนการหลอกเช่ารถยนต์มาถอด GPS แล้วขาย

วันที่ 14 มี.ค. พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยพล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงจับกุมนายประสิทธิ์และนายประสงค์ ยกย่องประเสริฐ พร้อมของกลางอุปกรณ์ตัดสัญญาณรีโมทรถยนต์จีพีเอส ไขควง อุปกรณ์การงัดแงะและรถกระบะ 1 คัน หลังตำรวจ สน.โคกคาม สืบทราบว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์ก่อเหตุลักรถกระบะอีซูซุ ดีแม็กในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลล่าสุดเมื่อวานนี้(13 มี.ค.) เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหาจะมาก่อเหตุ บริเวณปั๊มน้ำมันย่านรามอินทรา จึงนำกำลังไปดักซุ่มและเข้าจับกุม สอบสวนพบว่าเมื่อวันที่ 5 ต.ค.2557 ผู้ต้องหาได้ร่วมกับนายเบญจพล จันทราสุวรรณ ลักรถกระบะอีซูซุ ทะเบียน ถถ 3138 กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพี่ชายของนายเจริญพร อ่อนละม้าย หรือโก๊ะตี๋ อารามบอย ดาราตลกชื่อดัง จอดอยู่ที่ร้านข้าวมันไก่โก๊ะตี๋ ถนนรัชดา-รามอินทรา รวมทั้งยังเคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง เพื่อนำไปขายต่อ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน พร้อมขยายผลหาผู้ร่วมในขบวนการเพิ่มเติม

อีกคดี เป็นการขยายผลจับกุมขบวนการหลอกเช่ารถจากบริษัทรถเช่ามาขายต่อ หลังจากการก่อนหน้านี้มีการจับกุมนางสาวภูริตา มณีมาศ อายุ 23 ปี กับพวกอีก 3 คน พร้อมรถยนต์ของกลาง 19 คัน หลังตำรวจ สน.ห้วยขวาง ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายซึ่งประกอบกิจการปล่อยเช่ารถยนต์ โดยมีการขอเช่ารถ 3 คัน ตั้งแต่ช่วงปลายปีก่อน(2557) ซึ่งจากการติดตามสัญญาณ GPS ของรถพบว่าทั้ง 3 คัน จอดอยู่ในเต็นท์รถไม่มีชื่อย่านรัชดาฯ จากการสอบสวนเพิ่มเติมพบว่า ทำกันเป็นกระบวนการ มีนางสาวณภาภัช พันธ์เพิ่มเจริญกิจ และนายศรราม เวียงเงิน หรือเต๋า ที่ยังหลบหนีอยู่ เป็นผู้ไปเช่ารถเพื่อนำมาให้ผู้ร่วมขบวนการถอดจีพีเอส เพื่อป้องกันการติดตามโดยมีนายกิตติภัฏ สมิทธิวิวรรธน์ หรือ ตี๋ อยู่ระหว่างการหลบหนี เป็นหัวหน้าควบคุมการถอดจีพีเอสของรถแต่ละคัน

คดีนี้พนักงานสอบสวนได้ตั้งข้อหา ลักทรัพย์โดยใช้กลอุบาย เพิ่มกับผู้ต้องหาในขบวนการนี้แล้ว 4 คน อีก 4 คนที่หลบหนีอยู่ระหว่างสืบสวนเพื่อจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งจะขยายผลถึงผู้ปลอมแปลงเอกสารการซื้อขายรถยนต์ต่อไปด้วย

ภาพ อสมท.