ดีเอสไอรื้อคดีสหกรณ์เครดิตยูเนียนสอบใหม่

วันที่ 26 ม.ค. 2558 เวลา 12:41 น.
ดีเอสไอรื้อคดีสหกรณ์เครดิตยูเนียนสอบใหม่
ดีเอสไอเปลี่ยนชุดสอบสวนใหม่ คดีเครดิตยูเนียนคลองจั่น เพิ่มสอบการฟอกเงิน เตรียมไล่เช็กบิลผู้เกี่ยวข้อง หลังผู้เสียหายกว่า 100 คน ร้องเรียน

เมื่อวันที่ 26 ม.ค. เวลา 09.30 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม พร้อมนางสารชา เชื้อสำราญ กรรมการสหกรณ์เครดิตยูเนียน คลองจั่น ได้นำสมาชิกชมรมฟื้นฟูสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นที่ได้ร้บความเสียหายประมาณ 100 คน จากการที่นำเงินมาฝาก แล้วถูกผู้บริหารสหกรณ์ยักยอก ฉ้อโกงคิดเป็นมูลค่าความเสียหายสูงถึง 16,000 ล้านบาท เข้าพบนางสุวะณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อสอบถามความคืบหน้าคดียักยอกทรัพย์และคดีฉ้อโกงประชาชน

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า เนื่องจากคดีดังกล่าวมีความล่าช้ามากว่า 2 ปี เมื่อเปรียบอทียบกับคดี (สจล.) ที่ตำรวจกองปราบปรามสามารถติดตามจับกุมได้อย่างรวดเร็ว แต่คดีนี้กลับไม่มีความคืบหน้า ซึ่งตนอยากให้ทางกีเอสไอมีการปรับเปลี่ยนพนักงานสอบสวนชุดเดิมเนื่องจากไม่มีประสิทธิภาพในการทำงาน สำหรับคดีที่ได้ส่งให้อัยการไปแล้ว  และมีการตีกลับมาสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งในวันนี้ตนหวังว่าจะได้รับความเมตตาจากอธิบดีดีเอสไอ

ทั้งนี้ มีการตั้งข้อสงสัยของนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม หลังจากใช้ตำแหน่งราชการประกันตัวนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ในคดียักยอกเงิน โดยอ้างความเป็นเพื่อน ซึ่งหากอ้างความเป็นเพื่อน นายธงัชชัยต้องลาออกจากตำแหน่งราชการ และไปใช้สิทธิ์ความเป็นเพื่อน เพราะฉะนั้นวันนี้คุณต้องรับผิดชอบด้วยการลาออกจากทางราชการ อย่างไรก็ตาม ตนคาดว่า ไม่เกิน 3 เดือนหลังจากนี้ จะมีความคืบหน้า และผู้เสียหายจะได้รับเงินคืนบางส่วน ซึ่งจะมีการรายงานความคืบหน้าทางคดีให้เราทราบทุก 7 วัน

ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงค์เมือง รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ในวันนี้ได้รับหนังสือร้องเรียนจากกลุ่มดังกล่าวแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็จะรับไปดำเนินการต่อไป ส่วนคดีที่มีการส่งสำนวนให้กับอัยการและมีการตีกลับมาให้มีการมอบสวนเพิ่มเติม และจะมีการเปลี่ยนแปลงพนักงานสอบสวนใหม่ โดยหลังจากนี้จะมีการประสานการทำงานกับนายอัจฉริยะ ในด้านคดี และจะให้ทางกลุ่มสหกรณ์ฯดูชุดพนักงานสอบสวนชุดใหม่ หากไม่พอใจก็จะเปลี่ยนให้อีก

ขณะที่ พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ 3 กล่าวว่า ตนในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนชุดใหม่ จะดำเนินการยกเลิกพนักงานสอบสวนชุดเก่า สำหรับคดี 146/2556 ที่สรุปสำนวนส่งให้กับอัยการแล้ว จะได้มีการสอบสวนเพิ่มเติม โดยพนักงานสอบสวนชุดใหม่จะเป็นผู้ดำเนินการสอบสวน และพนักงานสอบสวนชุดใหม่จะใช้ข้อมูลจากชุดเก่ามาดูเรื่องรายละเอียดของคดี เพื่อจะได้สามารถทำงานได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งถือว่าจะเป็นการเริ่มทำคดีใหม่ ส่วนเรื่องการฝากขังนายศุภชัยไปแล้ว และได้มีการประกันตัว เรื่องนี้ทางดึเอสไอๆม่สามารถไปเกล้าล่วงได้ เพราะเป็นดุลพินิจของศาล

ทั้งนี้ พบว่า นายศุภชัยมีการโอนเงินให้กับสมาชิกในกลุ่มสหกรณ์เครดิตยูเนียน ซึ่งเรื่องนี้ทางดีเอสไอจะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนเพิ่มเติม โดยจะทำการตรวจสอบเส้นทางการเงินกับธนาคาร ซึ่งคาดว่าจะใชิเวลาในการประสานกับธนาคารไม่เกิน 15 วัน เพื่อขอข้อมูล จากนี้ ทางดีเอสไอ จะไปตรวจสอบเส้นทางการเงินโดยจะดูว่าเข้าข่ายเรื่องการฟอกเงินด้วยหรือไม่ ซึ่งที่ผ่าน เราได้มีการยึดอายัดทรัพย์สินกว่า 302 รายการจากนายศุภชัย และมีการส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนียน คลองจั่น ได้ร่วมตัวกันบริเวณหน้าศาลฎีกา โดยมีการทำกิจกรรมร้องเพลงสดุดีมหาราชา พร้อมกับเป่ายกหวีดขับไล่นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้รับผิดชอบต่อการใช้ตำแหน่งประกันตัวผู้ต้อง จากนั้นได้เคลื่อนคัวมายังหน้าดีเอสไอเพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม พร้อมกับชูป้ายที่มีข้อความว่า "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ช่วยด้วย...เบิกถอนเงินไม่ได้มาปีกว่าแล้ว ช่วยเงินเยียวยาพวกเราด้วย...เงินก้อนสุดท้ายของผู้สูงอายุทั้งนั้น!"