ตำนานหมอฆ่าหมอ รักเอยจริงหรือที่ว่าหวาน

  • วันที่ 15 มิ.ย. 2553 เวลา 12:31 น.

จากคดีหมอฆ่าหมอทั้งหมดนั้น จะเห็นได้ว่ามีจุดเริ่มต้นจากความรักทั้งนั้น และไม่ใช่เฉพาะหมอเท่านั้นที่ต้องตรอมตรมจากความรัก ทุกคนทุกสาขาอาชีพก็ล้วนแล้วแต่ต้องตรอมตรมจากรักทั้งสิ้นหากรักไม่เป็น

โดย...ธนก บังผล

สะเทือนเลื่อนลั่นทุกครั้งที่มีข่าว “หมอฆ่าหมอ” เพราะนอกจากฆาตกรจะเป็นบุคคลที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุดในสังคมไทยแล้ว ขั้นตอนการฆาตกรรมอำพรางก็สุดสลับซับซ้อน คดีล่าสุดตำรวจสงขลาสามารถจับกุม นพ.ปุรนันท์ โลหะนวกุล หรือหมอต้น อายุ 31 ปี เจ้าของโอเคคลินิก ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลสำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา หลังสืบทราบว่าเป็นผู้จ้างวานฆ่า ทพญ.พิชญา อัศวสุนทรเนตร อายุ 26 ปี ภรรยาของตัวเอง ซึ่งกำลังตั้งท้องได้ 3 เดือน เสียชีวิตภายในคลินิก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2551 โน่น

ฆาตกรทั้งหมดถูกจับกุมได้ในพื้นที่ จ.ระนอง และให้การซัดทอดว่าได้รับการว่าจ้างจากหมอต้นในราคา 5 แสนบาท ให้ฆ่าภรรยาของตัวเอง เรื่องนี้มีเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะหมอต้นเป็นเพียงหมอที่ตรวจทั่วไป ส่วนหมอพิชญา รักษาฟันได้เงินมากกว่า บ้านที่หมอทั้งสองอยู่สร้างด้วยเงิน 8 ล้านบาท ก็เป็นเงินจากพ่อของหมอพิชญาจ่ายให้ เหตุจูงใจเรื่องเงินจึงนำมาสู่การฆาตกรรม คดีนี้ตำรวจคาดว่าระหว่างที่หมอต้นจ้างวานฆ่าหมอพิชญาก็ยังไม่รู้ว่าภรรยาตั้งท้อง แต่หมอต้นยังปากแข็งแม้ตำรวจจะมีพยานหลักฐานแน่นหนา

หากย้อนคดีหมอฆ่าหมอในอดีตล้วนสะเทือนเลื่อนลั่นวงการ หมอคนแรกที่ได้รับการบันทึกในประวัติศาสตร์อาชญากรรมคือ นพ.อธิป สุญาณเศรษฐกร จากคดีฆาตกรรม “นวลฉวี เพชรรุ่ง” ตั้งแต่เดือน ก.ย. ปี 2502 หรือเมื่อ 51 ปีที่แล้ว

นวลฉวี สาวรูปร่างบาง ตัวเล็ก มีเสน่ห์ ร่าเริง มีชีวิตชีวาและหัวดี สอบเข้าเป็นนักเรียนพยาบาลที่ศิริราชพยาบาล และจบการศึกษาในปี พ.ศ. 2497 จากนั้นก็ออกไปทำงานที่โรงพยาบาลภูมิพลประมาณปีเศษ ก่อนย้ายมาเป็นนางพยาบาลที่เมืองบ้านหมี่ประมาณ 1 ปี และทำงานในสถานพยาบาลยาสูบปี พ.ศ. 2501

หมออธิปเป็นหนุ่มที่หน้าตาค่อนข้างดี ใจเย็นและฉลาดเฉลียว เขาศึกษาชั้นเตรียมวิทยาศาสตร์จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยจนจบเมื่อ พ.ศ. 2494 ความรักของทั้งคู่ผลิบานที่ จ.ลำปาง และสิ้นสุดลงที่สะพานนนทบุรีด้วยความรักเช่นกัน จนกลายเป็นตำนานรัก “สะพานนวลฉวี”

นพ.วิสุทธิ์

คดีนี้ถือว่าเป็นคดีที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาจน จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ หัวหน้าคณะปฏิวัติ และเป็นนายกรัฐมนตรี พ่วงด้วยอธิบดีกรมตำรวจขณะนั้น เรียกหมออธิปเข้าพบเพื่อสอบสวนเป็นการส่วนตัว 3 เดือนต่อมา คดีนี้จบลงด้วยการที่ศาลมีคำพิพากษาสั่งให้หมออธิปถูกประหารชีวิต ส่วนคนร่วมสังหารอื่นๆ ถูกจำคุกตลอดชีวิต

หมออธิปได้รับการพระราชทานอภัยโทษหลังจำคุกได้เพียงปีเศษๆ เท่านั้น แต่ก็ต้องเข้าๆ ออกๆ รักษาตัวจากโรคที่ติดมาจากในคุก และเสียชีวิตลงในที่สุด คำพูดสุดท้ายคือ “นวลฉวี พี่ขอโทษ พี่เป็นคนฆ่าเธอเองแหละ”

คดีต่อมาคือ “นพ.วิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ” อดีตสูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จำเลยคดีฆาตกรรมภรรยา “พญ.ผัสพร บุญเกษมสันติ” อดีตสูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลบุรฉัตรไชยากร หรือโรงพยาบาลรถไฟ 6 ปี นับตั้งแต่เกิดเหตุเมื่อปี 2544 คดีนี้ได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก

ไม่เพียงเพราะผู้ก่อเหตุเป็นนายแพทย์ที่มีฝีมือชื่อดังระดับประเทศเท่านั้น หากแต่ความซับซ้อนและการคลี่คลายคดี ยังทำให้นิติวิทยาศาสตร์เป็นที่รู้จักครั้งแรกในประเทศไทย เริ่มจากปัญหาครอบครัวเมื่อราวปลายปี 2541 หลังจากที่หมอผัสพรจับได้ว่าหมอวิสุทธิ์มีสัมพันธ์กับคนไข้สาวรายหนึ่ง เธอให้สามีเขียนจดหมายรับสารภาพและยืนยันว่าจะไม่ทำเช่นนี้อีก
แม้ว่าเธอจะยกที่ดินให้หมอวิสุทธิ์ เพราะหวังว่าปัญหาครอบครัวจะดีขึ้น แต่หมอวิสุทธิ์หมดเยื่อใยแล้วและตัดสินใจย้ายออกจากบ้านพักแพทย์โรงพยาบาลรถไฟมาอยู่ข้างนอกเพียงลำพัง พร้อมทำเรื่องขอหย่าขาด แต่เธอไม่ยอม ระหว่างนั้นมีหลักฐานว่าหมอวิสุทธิ์ใช้ดัมบ์เบลทุบรถเมีย และเขียนจดหมายด่าอย่างรุนแรงที่ไม่ยอมแยกทาง

ท้ายที่สุดหมอวิสุทธิ์ตัดสินใจฟ้องศาลขอหย่าแต่ติดตรงที่เรื่องมรดก เมื่อหมอผัสพรขู่ว่าจะนำเรื่องที่หมอวิสุทธิ์สนิทสนมกับคนไข้สาว และลงบันทึกรับสารภาพเอาไว้เผยแพร่ต่อสาธารณะและส่งไปให้แพทยสภาทุกอย่างก็เริ่มเข้าทางตัน

ตำรวจเชื่อว่านี่คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้หมอวิสุทธิ์วางแผนฆ่าเมีย เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2544 จากนั้นเริ่มอำพรางคดีด้วยการจ้างคนเขียนจดหมายลางาน และจดหมายบอกถึงลูกๆ ว่าแม่ไปนั่งวิปัสสนาที่ จ.ระยอง มีการส่งข้อความเข้าเพจเจอร์ตัวเองทำนองว่าหมอผัสพรส่งมา

กว่าตำรวจจะแกะรอยจากหลักฐานเท็จว่าทั้งคู่มีการนัดพบกันที่ร้านโออิชิ และใส่ยานอนหลับชนิดแรงให้ดื่ม ก่อนพาไปสังหารที่อาคารวิทยนิเวศน์ ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนำชิ้นส่วนที่เหลือไปทิ้งชักโครกห้องพักโรงแรมดังย่านลาดพร้าว ที่เปิดเตรียมเอาไว้

เวลา 6 ปีกว่า ที่ นพ.วิสุทธิ์ ใช้ต่อสู้ยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองได้สิ้นสุดลงทันที เมื่อศาลฎีกาตัดสินพิพากษายืน “ประหารชีวิต” ซึ่งทั้งหมดมาจากหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ แต่เชื่อหรือไม่ว่ายังไม่เคยมีคำสารภาพใดๆ ออกจากปากของนพ.วิสุทธิ์ ว่าทำไมต้องฆ่า พญ.ผัสพร 

แต่คดีที่เลื่องลือมากที่สุดคือคดี นพ.บัณฑิต โฆษิตชัยวัฒน์ ฆ่าคนเมื่อ 29 ก.ย. 2536 เหตุเกิดในท้องที่ สภ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี คดีนี้ยังอยู่ในความทรงจำของคนไทยในแง่ความสยดสยอง เมื่อเช้าตรู่มีผู้พบศพผู้หญิงวัยกลางคน นอนตายอยู่ภายในรถเก๋งนิสสัน สีขาว ทะเบียน ก-2344 ประจวบคีรีขันธ์ สภาพศพถูกรัดคอและถูกแทง

ยิ่งไปกว่านั้นคือมีเด็กน้อยคนหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกของผู้ตาย “น้องอิงอิง” อายุราว 2 ขวบ นั่งร้องไห้บนตักแม่ที่เป็นศพ คอยเอาทิชชูซับเลือดจากบาดแผลที่ถูกแทงบนอก ซ้ำไปซ้ำมาราว 6 ชั่วโมง ผู้เสียชีวิตคนนั้นคือ “ศยามล”

เนื่องจากศยามลรักหมอบัณฑิต แต่ไม่แต่งงาน และไม่จดทะเบียนตามกฎหมาย ความสัมพันธ์เดินไปจนเธอตั้งท้อง หมอบัณฑิตจึงบอกให้ทำแท้ง แต่ศยามลไม่ยอม เมื่อคลอดออกมาเธอบอกทุกคนว่าน้องอิงอิงเป็นลูกของหมอบัณฑิต ทำให้หมอฆาตกรเสียหน้ามาก เพราะเขากำลังมีแฟนใหม่และกำลังจะแต่งงานกัน

ใช้เวลาแค่ 3 สัปดาห์ ตำรวจจับกุมหมอบัณฑิตถึงโรงพยาบาลหัวหิน และตามจับกุมทีมสังหารได้ยกแก๊ง 5 ม.ค. 2537 ศาลพิพากษาประหารชีวิตหมอบัณฑิต และตัดสินจำคุกตลอดชีวิตทีมฆ่าอีก 3 คน

อีกคดีหนึ่ง นพ.ศรชาติ ศิริโชติ หรือ หมอแฮม แพทย์ประจำโรงพยาบาลพระพุทธชินราช จ.พิษณุโลก ก่อคดีฆ่าเผาอำพรางศพ พญ.พัทธนันท์ ไชยวงค์ หรือ หมอออม แฟนสาว อดีตแพทย์ประจำโรงพยาบาลปง จ.พะเยา คารถเก๋ง ที่บริเวณริมถนนสายเด่นชัย-อุตรดิตถ์ ต.ห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ โดยเหตุเกิดระหว่างวันที่ 26-27 ต.ค. 2545

คนเก่ง เรียนเก่ง เป็นหมอ หรือเป็นผู้ประกอบอาชีพที่รายได้สูง ไม่ได้หมายความว่าเป็นคนดีทุกคน แม้ว่าจะมีความน่าเชื่อถือทางสังคมสูง ความคาดหวังจากชาวบ้านทั่วไปจึงสูงไปด้วย แต่จากคดีหมอฆ่าหมอทั้งหมดนั้น จะเห็นได้ว่ามีจุดเริ่มต้นจากความรักทั้งนั้น และไม่ใช่เฉพาะหมอเท่านั้นที่ต้องตรอมตรมจากความรัก ทุกคนทุกสาขาอาชีพก็ล้วนแล้วแต่ต้องตรอมตรมจากรักทั้งสิ้นหากรักไม่เป็น!!!

ข่าวอื่นๆ