คุกตลอดชีวิต"บอล"อุ้มฆ่า"เอกยุทธ"

วันที่ 30 ธ.ค. 2557 เวลา 11:14 น.
คุกตลอดชีวิต"บอล"อุ้มฆ่า"เอกยุทธ"
ศาลอาญาพิพากษาประหารชีวิต "บอล"อุ้มฆ่า "เอกยุทธ อัญชันบุตร" แต่ให้การเป็นประโยชน์ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก อัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสันติภาพ หรือบอล เพ็งด้วง / นายสุทธิพงศ์ หรือ เบิ้ม พิมพิสาร / นายชวลิต หรือเชาว์ วุ่นชุม / นายทิวากร หรือ ทิว เกื้อทอง / จ่าสิบเอกอิทธิพล เพ็งด้วง และนาง จิตอำไพ เพ็งด้วง บิดา มารดานายสันติภาพ ทั้งหมดเป็นชาว จังหวัดพัทลุง ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ฯ, ร่วมกันฆ่าผู้อื่น, รับของโจร และข้อหาอื่นๆรวม 8 ข้อหา

จากกรณีเมื่อระหว่างวันที่ 6 - 9 มิถุนายน 2556  นายสันติภาพ อดีตคนขับรถของ นายเอกยุทธ อัญชันบุตร อายุ 59 ปี อดีตนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ได้ร่วมกับนายสุทธิพงศ์  ใช้ปืนและมีด ปล้นเอาทรัพย์สินของนายเอกยุทธ  รวม  9 รายการ มูลค่า 6 ล้าน 6 แสนบาท โดยบังคับให้นายเอกยุทธ ออกเช็คเบิกถอนเงิน และใช้เชือกรัดคอจนนายเอกยุทธ ถึงแก่ความตาย ก่อนนำศพไปไว้ในรถตู้ และนำศพไปฝังไว้ในไร่นาสวนผสมทิ้งร้าง ที่อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เพื่อปกปิดความผิด 

โดยมีนายชวลิต และ นายทิวากร ช่วยขุดหลุมฝังศพ ส่วน จ่าสิบเอกอิทธิพล นางจิตอำไพ  ซึ่งเป็นบิดามารดาของนายสันติภาพ เป็นรับฝากเงินสดของนายเอกยุทธ ที่นายสันติภาพนำมาฝากไว้กว่า 4 ล้านบาท

ศาลพิเคราะห์จากพยานหลักฐานโจทก์และจำเลยแล้วเห็นว่า โจทก์มีพยานบุคคลและพยานแวดล้อม เบิกความสอดคล้องกันว่าเห็นนายสันติภาพ จำเลยที่ 1 อยู่กับนายเอกยุทธ ตามสถานที่ต่างๆ ตรงกับภาพที่ปรากฎในกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆด้วย โดยร่วมกับนายสุทธิพงศ์ จำเลยที่ 2 ชิงทรัพย์นายเอกยุทธก่อนฆาตกรรม

ส่วนนายชวลิต นายทิวากร จำเลยที่ 3และ4 ถึงแม้โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานหรือพยานแวดล้อมเบิกความยืนยันว่าทั้งสองร่วมกันชิงทรัพย์และฆาตกรรมนายเอกยุทธ แต่ด้วยพฤติการณ์ของจำเลยที่ 3และ 4 ที่มีพยานเห็นว่ารถยนต์ของนายชวลิต ได้ขับนำรถยนต์ 2คัน เข้าไปที่เขาจิงโจ้ อำเภอเมืองจังหวัดพัทลุง และไปขุดหลุมกันในเวลากลางคืน ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติ พยานหลักฐานมีน้ำหนักน้อยไม่อาจหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้

ขณะที่จ่าสิบเอกอิทธิพล นางจิตอำไพ  จำเลยที่ 5 และ 6 ซึ่งเป็นบิดามารดาของนายสันติภาพ ศาลเห็นว่าเมื่อทั้งสองรับเงินมาจากนายสันติภาพ กลับนำเงินไปฝากไว้ที่บ้านญาติโดยไม่เอาเงินฝากธนาคาร ถือว่าผิดปกติ มีพิรุธ มีน้ำหนักน้อย ถือว่าร่วมกันซ่อนเร้นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิด มีความผิดฐานรับของโจร

พิพากษาให้ประหารชีวิตนายสันติภาพ และนายสุทธิพงศ์ แต่ทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิตส่วนนายชวลิต พิพากษาจำคุก 13 เดือน และให้บวกโทษในคดีค้างเก่าที่ศาลจังหวัดพัทลุงรวมเป็น 19 เดือน ส่วนนายทิวากร พิพากษาให้จำคุก 8 เดือน ขณะที่จ่าสิบเอกอิทธิพล และนางจิตอำไพ พิพากษาให้จำคุก 1 ปี 4 เดือน

พร้อมกันนี้ให้นายสันติภาพ และนายสุทธิพงศ์ ร่วมกันชดใช้ทรัพย์ทรัพย์สินคืนให้แก่ทายาทของนายเอกยุทธ จำนวน 1.9 ล้านบาท

ภายหลังนายสันติภาพ ระบุว่าเบื้องต้นจะปรึกษาทนายความเพื่อยื่นอุทธรณ์ต่อไป

ด้านบุตรชายของนายเอกยุทธ ระบุว่าพอใจกับคำตัดสิน โดยหลังจากนี้จะหารือร่วมกับทนายว่าจะอุทธรณ์คดีหรือไม่

 

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต