ต้นกล้าอาเซียน สอนภาษาให้น้อง

  • วันที่ 13 ธ.ค. 2557 เวลา 15:18 น.

ต้นกล้าอาเซียน สอนภาษาให้น้อง

สมัยที่คุณเรียนมหาวิทยาลัย มีใครบ้างที่ไม่เคยออกค่ายอาสาพัฒนาชนบท ถ้ายังไม่เคยต้องบอกเลยว่าเรากำลังพลาดสิ่งดีๆ ในชีวิตหลายอย่างที่จะได้จากการออกงานพัฒนาสังคม แต่สิ่งเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นกับน้องๆ จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ที่รวมกลุ่มพิเศษจัดโครงการต้นกล้าอาเซียน ที่โรงเรียนวัดหนองเสือ ต.เกาะขนุน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา โครงการเล็กๆ ที่จัดเพียง 2 วัน 1 คืน แต่ก็เกิดจากความตั้งใจของน้องๆ นักศึกษา และกลุ่มคนเล็กๆ อีกกลุ่มหนึ่งที่อยากจะรวมกลุ่มทำสิ่งดีๆ ให้กับสังคมสักครั้ง

สิรีธร ปลั่งกลาง หนึ่งในทีมอาสาสมัคร เล่าถึงการจัดโครงการว่า เริ่มแรกได้ยินโครงการนี้จากพี่สาวที่เป็นคนเริ่มผลักดันโครงการ รวมทั้งมหาวิทยาลัยเองก็มีวิชาบังคับ ซึ่งอาจจะไม่ใช่การจัดอิงลิชแคมป์แบบนี้ก็ได้ แต่เมื่อเริ่มมาแล้วก็ควรสานงานโครงการให้เกิดความต่อเนื่อง ก็เริ่มติดต่อเพื่อนๆ ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ “ตอนนั้นไม่มีใครอยากมาร่วม เนื่องจากบอกว่าแพง เก็บเงิน 1,350 บาทต่อคน ต้องเข้าค่าย 3 วัน 2 คืน เป็นโครงการที่น่าจะลำบากมาก และความรู้สึกส่วนตัวก็คิดว่าโครงการใหญ่เกินไป ทำไม่ไหว

 

แถมยังเป็นโครงการแรก ค่ายแรกที่เคยทำ แต่ยังไงก็ต้องพยายามเต็มที่ เพราะต้องรับผิดชอบดูแลหลายชีวิต  ทั้งเพื่อนนักศึกษาและนักเรียนในพื้นที่ จนในที่สุดเพื่อนสนิทซึ่งอาสาเข้าร่วม เวลาที่มีก็เพียงแค่สัปดาห์เดียวหลังสอบที่ต้องเตรียมตัว

พอถึงสถานที่เราได้เจอเด็กๆ และทุกคนที่นั่นความคิดก็เปลี่ยน จากที่เคยคิดว่าทำแค่พอจบ ก็มุ่งมั่นทำให้ดีที่สุด เพราะเด็กๆ ทุกคนตั้งใจมาก และพวกเขาก็ดีใจที่เราเข้าไปสอนเขา การสอนภาษาอังกฤษของเราจึงเน้นทำให้พวกเขาประทับใจ ต้องให้เด็กๆ ได้มีความรู้ และมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนต่อให้สูงที่สุด

 

ที่สำคัญให้เด็กๆ กล้าใช้ภาษาอังกฤษ  กล้าที่จะพูดจนวันสุดท้ายที่ต้องทำการปิดโครงการและเดินทางกลับความรู้สึกในใจตอนนั้นไม่อยากกลับเลย และตอนนี้ก็ยังคิดถึงเด็กๆ ที่นั่นมาก”

ประภาพร ปลั่งกลาง อดีตรักษาการผู้จัดการฝ่ายบริหารและพัฒนาองค์กร บริษัท อัมสัม ยูธ บอกกับเราถึงเหตุผลที่ผลักดันโครงการต้นกล้าอาเซียน ให้น้องนักศึกษาออกไปเป็นอาสาสมัครก็เพราะว่า “เคยมีความฝันว่าจะต้องทำอะไรเพื่อตอบแทนคุณแผ่นดินตามคำพ่อสอน ซึ่งพ่อของผึ้งเองอดีตรับราชการทหาร พ่อจะสอนเสมอว่า ‘ต้องทำดีเพื่อสังคม ต้องรู้จักบุญคุณแผ่นดิน และรู้คุณพ่อหลวง  หากมีโอกาสก็โปรดจงมอบคืนให้กับสังคม  นั่นแหละ ถึงจะเรียกว่าคนดี’  และสืบเนื่องจากอดีตได้ทำงานบริเวณพื้นที่ ต.เกาะขนุน รับทราบปัญหาความเป็นอยู่ของเยาวชนในพื้นที่ จึงเกิดความคิดว่าสามารถสร้างโครงการที่มีประโยชน์ให้กับเยาวชนในพื้นที่นี้ ซึ่งคงไม่ยากและไม่ง่ายหากได้รับความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนความสามัคคีของคนในประเทศ” 

รูปแบบการจัดกิจกรรมในค่ายนี้จึงค่อนข้างสำคัญและแตกต่างจากค่ายภาษาอังกฤษอื่นๆ เนื่องจากมีกิจกรรมรักชาติ ร่วมกันจุดเทียนชัย สัญญาทำดีต่อพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่าจะประพฤติตนเป็นคนดีตั้งใจขยันหมั่นเพียร  และในระหว่างการจัดค่ายภาษาอังกฤษครั้งนี้ ในเวลา 3 วัน 2 คืน  เด็กๆ ได้พูดคุยกับคนต่างชาติต่างภาษาแบบตัวต่อตัว

 

พัฒน์สมวงศ์  นิลพัทธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหนองเสือ บอกกับเราว่า การที่น้องๆ นักศึกษาเข้ามาจัดค่ายกิจกรรมครั้งนี้ ทำให้ผลที่เกิดเป็นที่น่าพอใจ อย่างน้อยนักเรียนก็ได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างจากห้องเรียน เป็นการกระตุ้นให้นักเรียนเห็นความสำคัญของภาษาอังกฤษ นอกจากนั้นนักเรียนยังได้เรื่องความผูกพัน ความมีน้ำใจ ฝึกการอยู่ร่วมกัน และอยากจะให้จัดกิจกรรมในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อนักเรียนที่ด้อยโอกาสจะได้รับความรู้ติดตัวไปใช้ในอนาคต

“โครงการครั้งนี้สอนให้พวกเรามีความเห็นอกเห็นใจ รับรู้ถึงความยากลำบากของผู้อื่น และที่สำคัญคือพวกเราได้ตระหนักถึงความไม่เท่าเทียมกันในสังคมด้วย” กัญกฤษ ใจชาญสุขกิจ หนึ่งในนักศึกษาอาสาสมัคร เล่าความรู้สึกหลังจบค่ายสอนภาษาอังกฤษด้วยความประทับใจ และสุดท้ายน้องๆทุกคนสัญญากับเด็กๆ ว่ากิจกรรมสอนภาษาให้กับเด็กๆ ในชนบทจะยังได้รับการสานต่อในปีหน้าอีกแน่นอน

ข่าวอื่นๆ