โจรเจาะกำแพงลักทรัพย์ออฟฟิศในตึกโรงแรมย่านรัชดาฯ

วันที่ 11 พ.ย. 2557 เวลา 20:09 น.
โจรเจาะกำแพงลักทรัพย์ออฟฟิศในตึกโรงแรมย่านรัชดาฯ
โจรเจาะกำแพงลักทรัพย์สำนักงานบริษัทเช่าพื้นที่ภายในโรงแรมเลอ คองคอร์ด ย่านรัชดาฯ ตำรวจสงสัยอาจเป็นคนใน

เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ร.ต.ท.ชัยฤทธิ์ เชยชุ่ม พนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวางรับแจ้งเหตุลักทรัพย์ภายในโรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด ถ.รัชดาภิเษก แขวงและเขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ จึงไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุอยู่ที่ชั้น 6 ของโรงแรม เปิดให้เช่าเป็นสำนักงาน โดยมี  7 บริษัท ได้เช่าพื้นที่เป็นสำนักงานโดยเจ้าหน้าที่พบกำแพงกั้นห้องถูกทุบเป็นรูพอดีตัวคนลอด ทรัพย์สินภายในสำนักงานของบริษัทถูกรื้อค้นได้รับความเสียหาย โดยคนร้ายได้ทุบกำแพงกั้นเข้าไปลักทรัพย์ภายในสำนักงานของ 6 บริษัท

จ.ส.อ.แก้วกล้า เกษถนอม พนักงานรักษาความปลอดภัย กล่าวว่า ช่วงเที่ยงคืนของทุกวัน นายดำรง จรูญแสง เจ้าหน้าที่โรงแรมจะตรวจตราความเรียบร้อยบริเวณชั้นที่ 6 หากพบว่าบริษัทไหนไม่ได้ล็อกประตู ก็จะเอาโซ่มาคล้องไว้ให้ ช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา นายดำรงก็มาตรวจตราตามปกติก็ไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด จนกระทั่งช่วงเช้าพนักงานของบริษัทมาทำงาน ก็พบความเสียหายจึงแจ้งโรงแรมและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า คนร้ายเป็นชายร่างท้วม สวมหมวกโม่งปิดบังใบหน้า โผล่มาแค่ดวงตา ใส่เสื้อคลุมแขนยาว กางเกงขายาว สวมถุงมือ รองเท้าหนัง ถือกระเป๋า เข้าไปก่อเหตุ และพยายามปรับกล้องวงจรปิดไปอีกทาง โดยเวลาที่ก่อเหตุพบว่าเป็นเวลา 23.29 น. ของวันที่ 10 พ.ย.

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนในพื้นที่ เพราะรู้ข้อมูลที่ตั้งของบริษัทชั้น 6 เป็นอย่างดี โดยมุ่งไปที่ลิ้นชักเก็บเงินของบริษัท และพยายามงัดตู้เซฟแต่ไม่สำเร็จ  อีกทั้งตอนพนักงานรักษาความปลอดภัยมาตรวจ ก็คงแอบซ่อนตัวอยู่ภายใน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสอบปากคำพนักงานของบริษัททั้งหมด และตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้าน พ.ต.ท.สุภัค วงษ์สวัสดิ์ รองผกก.สส สน.ห้วยขวาง กล่าวว่า เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ได้เก็บลายนิ้วมือ และหลักฐานอื่นๆที่จะสามารถระบุตัวคนร้ายไว้แล้ว ในส่วนของกล้องวงจรปิดนั้น กำลังอยู่ในช่วงตรวจสอบ โดยขณะนี้ได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดในชั้นที่เกิดเหตุแล้ว ในส่วนของชั้นอื่นๆนั้นอยู่ระหว่างประสานขอภาพเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่โรงแรม

ทั้งนี้ยอมรับแม้จะสงสัยว่าผู้ที่ก่อเหตุนั้นอาจจะเป็นคนใน แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นคนนอกทิ้ง ส่วนมูลค่าความเสียหายนั้น อยู่ระหว่างดำเนินการให้แต่ละบริษัทตรวจสอบอีกครั้ง เนื่องจากคนร้ายได้เงินจากลิ้นชักต่างๆไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น  และจะต้องสอบสวนพยานบุคคล พยานแวดล้อม รวมถึงผู้ที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกด้วย

บทความแนะนำ