แจ้งข้อหาเพิ่มผู้ต้องหาฝรั่งเกาะเต่านำสืบพยาน14ต.ค.

  • วันที่ 12 ต.ค. 2557 เวลา 20:57 น.

แจ้งข้อหาเพิ่มผู้ต้องหาฝรั่งเกาะเต่านำสืบพยาน14ต.ค.

แจ้งข้อหาเพิ่ม 2 มือฆ่านักท่องเที่ยวเกาะเต่า เตรียมนำสืบพยาน 3 ปาก 14 ต.ค.นี้ ยืนยันผู้ต้องหายังให้การสารภาพ

ความคืบหน้าการส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการในคดีนายวิน หรือเวพิว และนายซอ หรือซอริน หรือโซเรน ก่อเหตุฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ริมชายหาดด้านปลายแหลม จปร.หาดทรายรี หมู่ 2 ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อดำเนินคดีในข้อหาฆ่าข่มขืนผู้อื่นและลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 12 ต.ค. พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดี เปิดเผยว่า หลังจากพนักงานอัยการได้สั่งให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 2 เพิ่มเติมอีก 1 ข้อกล่าวหา เนื่องจากการกระทำผิดเข้าข่ายความผิดประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 289 (7)ฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดที่ตนได้กระทำไว้ ต้องระวางโทษประหารชีวิต ทางพนักงานสอบสวนได้นำผลการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมลงในสำนวนและนำส่งมอบให้ทางพนักงานอัยการเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา 

พล.ต.ต.ปวีณ กล่าวว่า ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาของพนักงานอัยการ เพื่อยื่นฟ้องต่อศาล ทั้งนี้ทางพนักงานอัยการได้กำหนดวันที่ 14 ต.ค. นี้ จะเบิกนำตัวพยาน 3 รายขึ้นไต่สวนสืบพยานล่วงหน้าต่อหน้าผู้ต้องหาทั้ง 2 คนที่ศาลจังหวัดเกาะสมุย โดยคาดว่าเวลาการนำสืบพยานจะเป็นช่วงเช้า

“ผู้ต้องหาทั้ง 2 ยังคงให้การยอมรับสารภาพ และยอมรับผลการกระทำผิดของตัวเองเหมือนเดิม และจากการที่ทางพนักงานสอบสวน ได้เข้าไปพูดคุยกับผู้ต้องหาทั้งสองระหว่างถูกคุมขังในเรือนจำ ผู้ต้องหาทั้งสอง มีอาการปกติ ไม่มีท่าทีว่าจะเครียดหรือกังวลอะไร”พล.ต.ต.ปวีณ กล่าว 

พล.ต.ต.ปวีณ กล่าวว่า ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า ในการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ และให้ความเคารพกระบวนการยุติธรรม ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมาตามหลักฐานความจริงทั้งหมดที่ปรากฏ และสามารถตรวจสอบได้ การที่มีบุคคลบางกลุ่มนำข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงไปโพสต์บนอินเทอร์เน็ต เป็นการใส่ร้ายและให้ร้ายการทำงานของเจ้าหน้าที่ จึงขอเตือนว่ามีความผิดมาตรา 14 พรบ.คอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขอฝากบุคคลดังกล่าวและให้ประชาชนได้ทราบ

รายงานข่าวแจ้งว่า 1 ใน 3 บุคคลที่เจ้าหน้าที่จะนำไปเบิกความไต่สวนเป็นพยานในคดี ประกอบด้วยนายเมาเมา หรือ โก เมาเมา อายุ 21 ปี แรงงานต่างด้าวชาวพม่า จากเมืองยะไข่ ซึ่งออกไปนั่งดื่มสุรากับผู้ต้องหา 2 คนที่ชายหาดในช่วงก่อนเกิดเหตุและได้แยกตัวกลับที่พักไปก่อน

ด้าน พ.ต.ท.สมเดช ประกอบผล สารวัตรด่านตรวจคนเข้าเมืองเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า การกวดขันจับกุมแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายยังคงทำอย่างต่อเนื่องทั้งที่เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ในช่วงนี้เป็นการผ่อนผันให้นายจ้างนำแรงงานต่างชาติสัญชาติพม่า กัมพูชา และลาวที่ผิดกฎหมายมาขึ้นทะเบียนทำบัตรประจำตัวคนที่ไม่มีสัญชาติไทย ตามมติของ คสช. ซึ่งขณะนี้ ตม.เกาะสมุยได้เร่งกวดขันจับกุมแรงงานต่างชาติที่เข้ามาประกอบอาชีพเองโดยไม่มีนายจ้างดูแล

นายปภัส สถิระรัตน์ ผู้รับเหมาก่อสร้างใน อ.เกาะสมุย กล่าวว่า คดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวบนเกาะเต่าได้ส่งกระทบกับแรงงานชาวพม่า โดยส่วนตัวแล้วไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น แต่การปกครองลูกน้องที่เป็นแรงงานพม่าได้พยายามเตือนให้เป็นคนดีอย่าให้ทำแบบนั้น ส่วนเรื่องการทำบัตรลูกจ้างแรงงานต่างชาติอยากให้ผู้ประกอบการ หรือผู้รับเหมาไปทำกันทุกคน

ขณะที่ นายแจ๊ค  อายุ 27 ปี แรงงานต่างด้าว ในพื้นที่ อ. เกาะสมุย กล่าวว่า เหตุการณ์แรงงานชาวต่างด้าวทำร้ายนักท่องเที่ยวเสียชีวิตที่เกาะเต่าและถูกตำรจจับได้จากการพูดคุยกันในกลุ่มแรงงานต่างด้าวว่า ถ้าผลคดีออกมาว่าผู้ต้องหาก่อเหตุจริงต่อไป ชาวพม่าคงจะกลัวที่จะทำงานในไทย แต่ถ้าผลคดีออกมาว่าผู้ต้องหาไม่ใช่ตัวจริงก็จะไม่มีผลกระทบและรู้สึกมั่นใจในการทำงาน

"สื่อของพม่าเสนอข่าวว่าผู้ต้องหาถูกซ้อมถูกทรมาน ในศูนย์ข้อมูลของชาวพม่าส่วนใหญ่พูดกันว่า ถ้าการซ้อมทรมานเป็็นเรื่องจริงต่อไปถ้าเกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีกแรงงานพม่ากลัวว่าจะถูกบังคับแบบนี้เช่นกัน และรัฐบาลไทยเปิดให้แรงงานหลบหนีเข้าเมืองไปขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง ก็ต้องขอบคุณรัฐบาลไทยและนายจ้างที่ช่วยแก้ปัญหาแรงงานผิดกฎหมาย" นายแจ๊ค กล่าว 

ข่าวอื่นๆ