เตรียมคลอดแผนจัดการน้ำฉบับสมบูรณ์ปลายต.ค.

วันที่ 16 ก.ย. 2557 เวลา 19:27 น.
เตรียมคลอดแผนจัดการน้ำฉบับสมบูรณ์ปลายต.ค.
บอร์ดน้ำ แจง ครม. แผนบริหารจัดการน้ำฉบับสมบูรณ์ เสร็จ ปลาย ต.ค. ประยุทธ์สั่งเร่งเตรียมแผนรับมือภัยพิบัติ ระยะสั้น7 มาตรการ

เมื่อวันที่ 17 ก.ย.นี้ ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดนโยบายและบริหารทรัพยากรน้ำ ได้รายงานต่อที่ประชุมครม. ถึงผลการทำงานของคสช. ในช่วงที่ผ่านมา และการทำงานของอนุกรรมการ 5 กลุ่ม รวมทั้งกลุ่มที่ดูแลบริหารจัดการน้ำ ภาคเหนือภาคกลาง ภาคตะวันออกและคณะอนุกรรมการจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำของภาคตะวันเฉียงเหนือ ภาคใต้ 

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการจัดเตรียมข้อมูล คณะอนุกรรมการจัดเตรียมข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ คณะอนุกรรมการจัดตั้งองค์กรข้อกำหนดและกฎหมายต่าง ๆ และคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ โดยทั้งหมดมี 3 ระยะในการทำงาน 1.ระยะร่างโครงการแผนงาน 2. รายละเอียดแผนงานโครงการ 3.แผนบริหารจัดการน้ำฉบับสมบูรณ์ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระยะที่ 2 และเสร็จสิ้นปลายเดือนก.ย.และจะเข้าสู่ระยะที่ 3 คือการมีแผนบริหารจัดการน้ำฉบับสมบูรณ์ ซึ่งจะแล้วเสร็จปลายเดือนต.ค.  

ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานสถานการณ์น้ำ โดยเฉพาะพื้นทีที่คาดว่าจะเกิดภัยที่เกี่ยวกับน้ำในระยะสั้น ซึ่งจากนี้จะได้รับอิทธิพลพายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” ที่จะเข้า โดยจะเกิดปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง น่าน แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เป็นต้นนอกจากนี้ยังมีปัญหาขาดแคลนน้ำ เนื่องจากการระเหยสะสมสูง จำนวนวันฝนตกมาก ปริมาณฝนสะสมต่ำ ซึ่งพื้นที่เฝ้าระวัง แพร่ พิจิตร นครสวรรค์ นครราชสีมา บุรีรัมย์  เป็นต้น 

"ส่วนปัญหาน้ำหลากอันเนื่องมาจากมรสุมตะวันตกเฉียงกำลังอ่อน ยังพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ทำให้เกิดปัญหาน้ำหลาก มีพื้นที่เฝ้าระวัง แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยาว์ แพร่ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีปัญหาคลื่นซัดฝั่งเนื่องจากลมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามันประเทศไทย โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังคือ ระนอง พังงา ภูเก็ตกระบี่ สตูล" ร.อ.น.พ.ยงยุทธ กล่าว

ร.อ.นพ.ยงยุทธ  กล่าวว่า แนวทางที่จะพิจารณาการดำเนินการในระยะสั้น คือ 1.เร่งปรับปรุงระบบการระบายของสังคมเมืองที่สำคัญคือนครราชสีมา สุโขทัย พิจิตร นครสวรรค์ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ  2.การทำฝนหลวง  ในพื้นที่ที่มีศักยภาพให้มากที่สุด และสร้างแหล่งน้ำประจำตำบล ในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ 3. เจาะบ่อบาดาลในพื้นที่ที่มีศักยภาพ ช่วยภัยแล้งที่จะมาถึงโดยเตรียมจ่ายน้ำโดยวิธีต่าง ๆ 4.ป้องกันระบบประปา น้ำตื้น บ่อบาลดาลในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม และน้ำหลาก 5.มาตรการรงค์รณใช้น้ำอย่างประหยัดในภาคอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และควรที่จะเร่งรัดให้มีแหล่งน้ำของตัวเองอย่างเพียงพอ 6. การปรับแผนการผลิตด้านการเกษตรให้ใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และการหาที่เสริม 7.ลำน้ำที่ปัจจุบันมีระดับต่ำกว่าตลิ่งก็ต้องระวังในเรื่องของตลิ่งทรุด ซึ่งในประเด็นดังกล่าวนายกรัฐมนตรีได้สั่งการเพิ่มเติมให้ป้องกันภัยแล้ง โดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์หารือกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อกำหนดแอ๊กชั่นแพลน ในการเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้า

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูลำน้ำยมโดยเฉพาะการระบายไปสู่พื้นที่แก้มลิง และถนนที่ขวางทางเดินของน้ำ จะมีการแก้ไขอย่างไร โดยให้ลงไปจัดการให้มีผลสัมฤทธิ์ 

"อยากให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมหากจะต้องว่าจ้างประชาชนเป็นแรงงานในการดำเนินการ ก็ขอให้ดำเนินการเพื่อเม็ดเงินจะได้อยู่ในพื้นที่ และนายกรัฐมนตรีได้ฝากให้ดูแลโซนนิ่ง ส่งเสริมให้มีการปลูกพืชเศรษฐกิจ ฝากถึงหน่วยงานต่าง ๆ ในเรื่องการเก็บกักน้ำในช่วงภัยแล้ง" โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว