หนุนบรรจุการส่งเสริมวัฒนธรรมในแผนปฏิรูป

วันที่ 20 ส.ค. 2557 เวลา 22:07 น.
หนุนบรรจุการส่งเสริมวัฒนธรรมในแผนปฏิรูป
องค์กรอิสระ ผลักดันให้มีการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมในแผนการปฏิรูป

เมื่อวันที่ 20 ส.ค. นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ในฐานะประธานมูลนิธิสร้างเสริมศิลปวัฒนธรรมภาคประชาชน กล่าวในงานเสวนาหัวข้อ "ปฎิรูปงานส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม" ว่า ปัญหาในด้านศิลปวัฒนธรรมของประเทศไทยในปัจจุบันเกิดจาก 3 ปัญหาหลักๆ คือ1.พื้นที่ในการแสดงออกของศิลปินถูกจำกัด 2.ศิลปินถูกจำกัดพื้นที่ในการแสดงศักยภาพ 3.ศิลปินสามารถสร้างพื้นที่ในการเสนอผลงานของตัวเองได้ แต่ต้องไม่ก้าวก่ายอำนาจหน้าที่ของรัฐ แต่ผลงานของศิลปินกลุ่มดังกล่าวก็จะไม่สะท้อนปัญหาของสังคม ซึ่งปัญหาเหล่านี้ทำให้กลุ่มศิลปินไม่สามารถที่จะแสดงออกได้อย่างเต็มศักยภาพ จึงจำเป็นที่จะต้องมีการปฎิรูปงานส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม

นายเนาวรัตน์ กล่าวว่า งานศิลปวัฒนธรรมจะก้าวไปข้างหน้าได้ ศิลปินจำเป็นที่จะต้องพึ่งตนเอง อย่าหวังพึ่งอำนาจรัฐ แต่จะต้องใช้ราชการในการช่วยส่งเสริม และภาคประชาชนเป็นตัวช่วยในการสร้างสรรค์ผลงาน กลุ่มศิลปินจึงจำเป็นที่จะต้องมีองค์กรอิสระเพื่อแก้ไขปัญหาด้านศิลปวัฒนธรรมดังที่กล่าวมา โดยในปัจจุบันได้มีมูลนิธิสร้างเสริมศิลปวัฒนธรรมภาคประชาชน เพื่อที่จะสร้างพื้นที่ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม และแนวทางในอนาคตจะมีการจัดตั้งสภาศิลปวัฒนธรรมภาคประชาชนขึ้น เพื่อที่จะเป็นศูนย์กลางในการรวมตัวกันของศิลปินทุกประเภท และทั่วประเทศ ซึ่งคณะกรรมการในสภาจะมาจากตัวแทนจากทุกจังหวัด ร่วมกับตัวแทนจากภาครัฐส่วนหนึ่ง การที่เลือกหน่วยงานภาครัฐเข้ามาในสภาก็เพื่อที่จะให้เป็นตัวแทนภาคประชาชนในการของบประมาณสนับสนุน โดยการจัดตั้งสภาจะเป็นการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างแท้จริง

รศ.ศรีศักร วัลลิโภดม นักวิชาการนักโบราณคดี นักมานุษยวิทยา กล่าวว่า การดำเนินการปฏิรูปประเทศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในขณะนี้ยังขาดเรื่องการส่งเสริมด้านศิลปวัฒนธรรม ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สมควรจะปฏิรูปด้วย เนื่องจากสังคมไทยตั้งอยู่บนกระแสของการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรม และสังคมไทยยังคงตื่นตระหนกอยู่กับกระแสความเปลี่ยนแปลงนี้ เหตุที่ต้องมีการปฏิรูปเรื่องนี้เนื่องจาก มิติทางศิลปวัฒนธรรมและสังคมวิทยาเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง การที่คสช.จะแก้ไขปัญหาและเข้าใจถึงความต้องการของประชาชน จำเป็นที่จะต้องเข้าใจถึงศิลปวัฒนธรรมของประชาชนในท้องถิ่นนั้นๆ 

ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรมที่เป็นหน่วยงานหลัก จึงควรที่จะขับเคลื่อนและส่งเสริมด้านศิลปวัฒนธรรม โดยกระทรวงวัฒนธรรมควรผลักดันให้คสช.เห็นคุณค่าด้านศิลปวัฒนธรรม และนำเรื่องศิลปวัฒนธรรมเข้าสู่การปฎิรูป ซึ่งควรที่จะนำเอาความคิดเห็นต่างๆ จากประชาชนที่สะท้อนจากวัฒนธรรมท้องถิ่น นำไปเสนอคสช. เพื่อทำให้คสช.รับรู้และเข้าใจถึงปัญหา และแก้ไขปัญหาได้