ตร.หาจุดยิงบึ้มบิ๊กซีราชดำริคาดมาจากฝั่งประตูน้ำ

วันที่ 24 ก.พ. 2557 เวลา 14:10 น.
ตร.หาจุดยิงบึ้มบิ๊กซีราชดำริคาดมาจากฝั่งประตูน้ำ
ตำรวจเร่งหาจุดยิงระเบิดหน้าบิ๊กซีราชดำริ เชื่อมาจากทิศเหนือบริเวณรอบแยกประตูน้ำ พร้อมตรวจสอบภาพวงจรปิดในพื้นที่ทั้งหมด

เมื่อวันที่ 24 ก.พ. พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร. พล.ต.ต.ธวัชชัยท เมฆปรัเสริฐสุข ผบก.พฐก. พ.ต.อ.กำธร อุ๋ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด(EOD) พร้อมด้วย พล.ต.ต.สืบศักดิ์ พันธุ์สุระ พ.ต.อ.ไชยยา คงทรัพย์ ผกก.สน.ลุมพินี และเจ้าหน้าที่ ทหารจาก ชุดเคลื่อนที่เร็ว ม.พัน1รอ.พล.ม.2 ลงพื้นที่ตรวจสอบเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน เหตุระเบิดบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ราชดำริ ใกล้กับเวทีการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.เวทีราชประสงค์ ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 3ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก

ด้าน พล.ต.อ.เอก เปิดเผยว่า ภายหลังเข้าตรวจสอบเหตุระเบิดหน้าห้างสรรพสินค้า บิ๊กซี ราชดำริ ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ระเบิดดังกล่าวถูกยิงมาจากเครื่องยิงระเบิด ชนิด เอ็ม79 หรือ 203 ทำมุมสูง มีทิศทางมาจากทิศเหนือ หรือ บริเวณโดยรอบ 4 แยกประตูน้ำ คาดคนร้ายมุ่งหมายฆาตกรรม เนื่องจากเป็นวันหยุดและมีประชาชนจำนวนมาก เบื้องต้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมวัตถุพยานต่างๆ โดยเฉพาะสะเก็ดระเบิดเพื่อใช้เป็นแนวทางในการติดตามคนร้ายต่อไป

พล.ต.อ.เอก กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าคนร้ายเป็นกลุ่มใด แต่มั่นใจว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองอย่างแน่นอน ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัย ได้กำชับให้ตำรวจท้องที่ สน.ลุมพินี และด่านตรวจความมั่นคงรอบพื้นที่เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะรัศมีรอบพื้นที่การชุมนุม 400 เมตร เนื่องจากเป็นจุดเสี่ยงในรัศมีเครื่องยิงวัตถุระเบิด

ด้าน พล.ต.ต.สืบศักดิ์ พันธุ์สุระ ผบก.น.5 กล่าวว่า จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุได้พบวัตถุพยานและพยานหลักฐานที่เป็นประโยชน์กับคดีหลายอย่าง รวมถึงการสอบปากคำพยานบุคคลหลายปากแล้ว เบื้องต้นขณะนี้พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด ซึ่งเมื่อวานนี้ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุจนถึงช่วงค่ำ จึงได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน ดังนั้น เมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 08.00 น. ตนจึงได้เรียกประชุมร่วมกับฝ่ายสืบสวนสอบสวนที่สน.ลุมพินี ภายหลังจากที่ได้รับคำสั่ง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. และพล.ต.อ.เอก เอกอังสนานนท์ รองผบ.ตร. เร่งรัดติดตามคดีให้ได้ผลโดยเร็วที่สุด

พล.ต.ต.สืบศักดิ์ กล่าวอีกว่า ผู้บังคับบัญชาจึงได้สั่งการให้ตรวจสอบภาพวงจรปิดตั้งแต่ถนนเพชรบุรีทั้งสาย ถนนราชปรารภจนถึงคลองแสนแสบ และบริเวณรัศมีโดยรอบ แต่ยังมีกล้องบางส่วนที่ยังไม่ได้ตรวจสอบเป็นกล้องภาพวงจรปิดของกทม.ซึ่งต้องประสานงานกับม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่ากรุงเทพมหานครเป็นผู้สั่งการโดยตรง จึงได้สั่งการให้หัวหน้าพนักงานสอบสวนสน.ลุมพินี ทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรส่งไปแล้ว คาดว่าน่าจะทราบผลดังกล่าวภายในวันนี้ 

ส่วนทางด้านสืบสวนสอบสวนนั้น พล.ต.ต.สืบศักดิ์ กล่าวว่า ได้มอบให้ฝ่ายสืบสวนวางเขตรัศมีเพื่อทำการตรวจสอบให้ละเอียดหาพยานจุดที่น่าเชื่อว่า คนร้ายกระทำผิด และฝ่ายสืบสวนก็เร่งรัดสอบสวนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและพยานบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งขณะนี้ได้ชื่อและที่อยู่ค่อนข้างมากแล้ว ส่วนจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดนั้น มี 21 ราย เสียชีวิต 3 ราย ทั้งนี้ พล.ต.อ.เอก ได้สั่งการให้เร่งสอบสวนเพื่อให้ได้ข้อมูลที่แน่ชัดว่า เหตุการณ์ระหว่างที่เกิดเหตุทั้งหมดเป็นอย่างไร

“ส่วนมาตรการการป้องกันเหตุทาง ผบ.ตร.สั่งกำชับ เพิ่มความเข้มเกี่ยวกับการออกปฏิบัติหน้าที่และตั้งจุดตรวจจุดสกัด นอกจากด้านความมั่นคงที่มีอยู่แล้วหรือด้านคัดกรองบริการประชาชนที่ร่วมกับฝ่ายทหาร ก็ได้สั่งการตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณชิดลมและนานา แนวบริเวณเส้นถนนเพชรบุรีที่เข้ามาเวทีราชประสงค์เพิ่มอีก” ผบก.น.5 กล่าว

เมื่อถามถึงการประสานกับแกนนำกปปส.การป้องกันเหตุดังกล่าวหรือไม่ พล.ต.ต.สืบศักดิ์  กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประสานงานกันตลอดทั้งการรักษาความปลอดภัย การร่วมกันตั้งจุดตรวจ บางครั้งก็ได้รับความร่วมมือ บางครั้งก็ต้องขออนุญาต ซึ่งผู้บังคับบัญชาการก็ได้สั่งการมาว่าให้ประสานเพื่อขอเข้าพ้นที่เกิดเหตุได้รวดเร็วกว่านี้ เพื่อประโยชน์ทางคดี ซึ่งอาจจะติดขัดในการประสาน เนื่องจากต้องรอขออนุญาตแกนนำของกลุ่มผู้ชุมนุมก่อน

เมื่อถามถึงพื้นที่บก.น.5 มีพื้นที่ชุมนุมจุดไหนที่เป็นจุดเสี่ยงบ้างนั้น พล.ต.ต.สืบศักดิ์ กล่าวว่า บก.น.5 มีพื้นที่ที่กลุ่มผู้ชุมนุมตั้งเวทีอยู่ 3 แห่ง ได้แก่ ราชประสงค์ สวนลุมพินี แยกอโศก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ละทิ้ง โดยได้สั่งการให้ผบ.เหตุการณ์ ระดับรองผบก. ผกก.พื้นที่ ในการเพิ่มความเข้มป้องกันระมัดระวัง ทั้งสน.ทุ่งมหาเมฆ ควบคุมพื้นที่ แยกศาลาแดงของทก.สน.ลุมพินี รวมถึงแยกอโศก ก็เพิ่มความเข้มสายตรวจและชุดสืบสวนเข้าไปพื้นที่ดังกล่าว และหาวิธีประสานงานกับกลุ่มผู้ชุมนุมให้เกิดความรวดเร็วในการปฏิบัติหน้าที่

สำหรับบรรยากาศบริเวณจุดเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ยังคงนำเชือกมากั้นพื้นที่ไว้ และประกาศเป็นเขตอันตรายห้ามเข้า หรือ เคลื่อนย้ายวัตถุพยานต่างๆออกจากบริเวณดังกล่าวเด็ดขาด ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุม ได้ให้ความสนใจมาถ่ายภาพและจับกุมวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุระเบิดสะเทือนขวัญดังกล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบที่เกิดเหตุแล้วบางส่วน แต่กล้องนั้นไม่สามารถจับภาพเหตุการณ์ไว้เนื่องจากกล้องถูกหันทิศทางขึ้นด้านบนเกือบทั้งหมด อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จะเร่งหากล้องวงจรปิดที่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุใหม่ และกล้องวงจรปิดด้านสี่แยกประตูน้ำทั้งขาเข้าและขาออกเพื่อหารถหรือบุคคลต้องสงสัย ส่วนกล้องวงจรปิดที่เป็นของทางกรุงเทพมหานครนั้นทางเจ้าหน้าที่ต้องประสานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดก่อนถึงจะนำมาตรวจสอบได้