ก.ล.ต.ฟ้อง"แม้ว-หญิงอ้อ"ต่อดีเอสไอ

วันที่ 28 เม.ย. 2553 เวลา 16:57 น.
ก.ล.ต.เดินหน้าฟ้อง "ทักษิณ-พจมาน"ต่อ ดีเอสไอกรณีซื้อขายหุ้นชินคอร์ปฯ พร้อมส่งเอกสารหลักฐานวินมาร์คให้ปปช.พิจารณา

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร (ชินวัตร) ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) กรณีกระทำความผิดที่เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 246 และมาตรา 247 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กรณีการซื้อขายหุ้น บมจ.ชิน คอร์ปอเรชั่น(SHIN)

ทั้งนี้ ตามที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ใช้ชื่อของนายพานทองแท้ ชินวัตร  นางสาวพินทองทา ชินวัตร  นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ และบริษัท แอมเพิลริช อินเวสต์เมนท์ จำกัด (ARI) เป็นผู้ถือครองหุ้น SHIN แทนบุคคลทั้งสอง

สำนักงาน ก.ล.ต. ได้ยึดถือตามคำวินิจฉัยของศาลฎีกาฯ ดังกล่าว ประกอบกับมีข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากการตรวจสอบของสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ปรากฏพยานหลักฐานน่าเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน เป็นเจ้าของที่แท้จริงของบริษัท วินมาร์ค จำกัด (Win Mark) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น SHIN ด้วย  จึงเป็นเหตุให้เชื่อได้ว่าในระหว่างปี 2542-2549 หุ้น SHIN ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ถืออยู่ในนามบุคคลในครอบครัว ARI และ Win Mark มีการเคลื่อนไหวรวมกันข้ามผ่านทุกร้อยละ 5 ของทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วของบริษัท SHIN หลายครั้ง 

แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ไม่รายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ (แบบ 246-2) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ภายในวันทำการถัดจากวันที่ได้มาหรือจำหน่ายไป หรือรายงานข้อมูลเท็จ  รวมทั้งไม่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของกิจการเมื่อข้ามผ่านร้อยละ 50 ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดด้วย

การกระทำของบุคคลดังกล่าวจึงเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 246 และมาตรา 247 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 298 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน และมีผลกระทบอย่างสำคัญต่อความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทย

นอกจากกล่าวโทษต่อดีเอสไอแล้วสำนักงาน ก.ล.ต. ได้แจ้งและประสานงานการส่งข้อเท็จจริงและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับ ARI และ  Win Mark ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาดำเนินการตามที่เห็นสมควรด้วยแล้ว