ชาวบ้านร้องกองทุนหมู่บ้านปกปิดข้อมูลการเงิน

วันที่ 07 ต.ค. 2556 เวลา 14:55 น.
ชาวบ้านร้องกองทุนหมู่บ้านปกปิดข้อมูลการเงิน
ชาวบ้านร้องกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ชี้คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านมีเจตนาปกปิดสถานภาพทางการเงิน หลังขาดสภาพคล่องทางการเงินและปิดทำการ

เมื่อวันที่ 7 ต.ค. เวลา 10.00 น. ที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ  น.ส.กอบแก้ว วิมานจันทร์  พร้อมด้วยตัวแทนชาวบ้านชุมชนบางปลา  หมู่ 4 ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร  เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อพ.ต.อ.ณรัชต์  เศวตนันทน์  อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ  เพื่อร้องเรียนกรณีที่ชาวบ้าน หมู่ 4 กว่า 200 คน  ที่นำเงินมาสมทบกับกองทุนสวัสดิการสมาคมเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งประเทศไทย สาขานครปฐม  และเพิ่งได้รับแจ้งว่ากองทุนหมู่บ้านฯ สาขาดังกล่าวขาดสภาพคล่องทางการเงินมานานหลายปี  แต่ไม่ได้แจ้งให้สมาชิกรับทราบและยังคงเก็บเงินกับสมาชิกทุกๆเดือนส่อเจตนาปกปิดสถานภาพทางการเงิน

น.ส.กอบแก้ว  กล่าวว่า  นางระเบียบ วิรัชกุล ซึ่งเป็นประธานกองทุนหมู่บ้าน หมู่ 4 บางปลา ทำให้สมาชิกเข้าใจผิดว่าต้องเป็นสมาชิกก่อนกู้เงินกองทุนฯ  และอ้างเหตุผลว่าหากผู้กู้เงินกองทุนหมู่บ้านเสียชีวิตจะได้รับเงินสวัสดิการจากการเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการฯ  90,000 บาท โดยให้เสียค่าสมัครสมาชิกแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายเดือน ตั้งแต่เริ่มตั้งกองทุนจนถึง ต.ค. 2553 เดือนละ 100 บาท และเสียเพิ่มเป็น 200 บาท ตั้งแต่ พ.ย. 2553-พ.ค. 2556 และค่าสมาชิกรายปี ๆ ละ 100 บาท  โดยคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน หมู่ 4 บางปลา จะหักเงินที่ได้รับจากกองทุนฯไปชำระคืนให้กับกองทุนหมู่บ้านฯตามที่สมาชิกได้กู้ไป โดยชาวบ้านส่วนใหญ่เข้าใจว่าเป็นกองทุนตามนโยบายรัฐบาลที่บังคับให้ต้องจ่ายค่าสมาชิก ถ้าไม่สมัครก็กู้ไม่ได้  โดยประธานกองทุนหมู่บ้านบางปลาได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ชาวบ้านเข้าใจผิด และยังเปิดรับสมัครสมาชิกกองทุนฯที่มีอายุตั้งแต่ 75-85 ปี ในโอกาสพิเศษอย่างวันแม่แห่งชาติด้วย

สำหรับสมาชิกกองทุนสวัสดิการสมาคมเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านฯ ทราบว่ามีกว่า 900 ราย  แต่เบื้องต้นรวมตัวร้องเรียนกันประมาณ 200  ราย คิดเป็นเงินประมาณ  2 ล้านบาท  โดยแต่ละเดือนสามารถเก็บเงินจากสมาชิกได้ประมาณ  1.8 แสนบาท  กระทั่งช่วงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาจึงได้รับแจ้งว่ากองทุนได้ปิดตัวลงเพราะขาดสภาพคล่อง  จากการสอบถามทราบว่าข้อเท็จจริงกองทุนได้ปิดตัวตั้งแต่ปี 2553 แล้ว แต่เพิ่งแจ้งให้สมาชิกรับทราบ นอกจากนี้ยังมีการขอมติสมาชิกว่าจะส่งเงินต่อหรือว่าจะเลิก หากจะส่งเงินต่อจะถูกเก็บค่าธรรมเนียมเท่าเดิม แต่ถ้าสมาชิกรายใดไม่ประสงค์จะดำเนินการส่งเงินต่อก็จะพ้นสภาพการเป็นสมาชิกทันที

“มีการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดกองทุนฯสาขานครปฐมเกิดปัญหาจนขาดสภาพคล่องทางการเงินมาหลายปี แต่นางระเบียบรัตน์ และคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านบางปลาจึงไม่ทราบปัญหาทั้งที่มีกองทุนหมู่บ้านในจ.สมุทรสาครถอนตัวออกมาแล้วหลายแห่ง แต่ชาวบ้านบางปลายังคงเก็บเงินต่อเนื่อง  ตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีเจตนาปกปิดสถานภาพทางการเงินและฉ้อโกงเงินสมาชิก”

ด้าน พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า  กองทุนหมู่บ้านมีหลักการที่ดีที่ต้องการส่งเสริมความเข้มแข็งให้ชุมชน แต่กรณีดังกล่าวมีการระดมเงินในรูปแบบของกองทุนฌาปนกิจ และเรียกเก็บเงินค่าสมาชิก เข้าข่ายการฉ้อโกง และจูงใจเหมือนแชร์ลูกโซ่ ซึ่งกรมคุ้มครองสิทธิฯจะประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร  ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดสมุทรสาคร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เพื่อดำเนินการสอบสวนดำเนินคดีต่อไป