ประมงจี้ปตท.ฟื้นฟูผลกระทบน้ำมันรั่วระยะยาว

วันที่ 21 ก.ย. 2556 เวลา 16:38 น.
ประมงจี้ปตท.ฟื้นฟูผลกระทบน้ำมันรั่วระยะยาว
ประมงเกาะเสม็ด ผนึกกำลังจี้ ปตท. เยียวยาฟื้นฟูน้ำมันรั่วระยะยาว เผยรายได้ลดลงเพราะคนไร้ความเชื่อมั่น

นายปริยะ ตัณฑเกษม ผู้ประกอบการรีสอร์ท เกาะเสม็ด เปิดเผยระหว่างงานเสวนา "รักษ์เสม็ด รักษ์ปะการัง คืนชายฝั่งให้ประมงพื้นบ้าน" ณ หาดปะการัง เกาะเสม็ด จ.ระยอง ว่า ปัญหาสำคัญในการเยียวยาหรือแก้ไขปัญหาท่อรับน้ำมันดิบกลางทะเลของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) เกิดรั่วไหล คือ ความจริงใจของ ปตท. เนื่องจากปัญหาที่แท้จริงของชาวประมงพื้นบ้าน และผู้ประกอบการเกาะเสม็ด คือ รายได้ลดลง

"เงินเยียวยาฟื้นฟูที่ ปตท.หยิบยื่นให้ไม่เพียงพอ เพราะเทียบไม่ได้กับรายได้ที่เคยได้รับจากปีก่อนหากไม่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว รายได้ทั้งชาวประมงและผู้ประกอบการสูงกว่านี้มาก" 

ทั้งนี้ ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ ผู้ประกอบการร้านอาหารและรีสอร์ทมีรายได้ลดลง ยิ่งในช่วงเดือน ก.ย. - ต.ค. ปีก่อนรายได้สูงกว่านี้ แต่ทาง ปตท.กลับให้ข้อมูลต่อสาธารณะว่าสามารถฟื้นความเชื่อมั่นเกาะเสม็ดได้แล้ว ช่วงเดือน ก.ย.- ต.ค. เป็นช่วงโลว์ซีซั่นรายได้ของผู้ประกอบการจึงลดลงตามปกติอยู่แล้วโดยไม่อ้างถึงผลกระทบจากน้ำมันรั่ว แต่ในความเป็นจริงประชาชนยังไม่มีความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยทั้งสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

นายสมศักดิ์ พงษ์ศักดิษ์ แกนนำกลุ่มประมงพื้นบ้าน กล่าวเรียกร้องให้ บริษัท ปตท.ศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและนิเวศวิทยาในระยะยาว โดยเฉพาะปริมาณสัตว์น้ำที่มีปริมาณลดลงอย่างมาก ส่งผลกระทบต่อรายได้ชาวประมงพื้นบ้าน จากเดิมเรืออวนลากปลาหมึกและปลาอินทรี ออกทะเล 5 วันจะได้ 40 กก. เหลือ 20 กก.ต่อ 5 วัน พร้อมกับขอให้ศึกษาผลกระทบด้านสุขภาพของชาวประมงที่ออกทะเลหาปลาว่า ได้ผลกระทบข้างเคียงจากคราบน้ำมันรั่วและสารเคมีจะส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างไรในระยะยาว ทั้งชาวประมงและสัตว์น้ำ กุ้ง หอย ปู ปลา เนื่องจากยังพบว่ามีคราบน้ำมันในสัตว์น้ำและปะการังฟอกน้ำอยู่

"วันนี้อยากถาม ปตท. ว่าใครจะรับผิดชอบสุขภาพชีวิตของชาวประมง ที่หาปลาในทะเลเสม็ดอยู่ทุกๆ วัน และคนทั่วไปที่กินกุ้ง หอย ปู ปลาจากเกาะเสม็ดด้วย จึงอยากให้ ปตท. มีมาตรการหรือแสดงความจริงใจในการศึกษาผลกระทบระยะยาวด้วย" ชาวประมง กล่าว

ทั้งนี้ อยากเรียกร้องให้ผู้ที่มีความรับผิดชอบในเชิงนโยบายลงมาดูแลและฟื้นฟูความเสียหายของเกาะเสม็ดตั้งแต่ระดับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และผู้บริหารจังหวัด มิใช่ปล่อยให้ ปตท.ดูแลเพียงฝ่ายเดียว โดยรับผิดชอบเพียงด้านการจ่ายเงินเยียวยา มิได้สนใจด้านสิ่งแวดล้อม หรือ การส่งเสริมรายได้ของชาวประมงพื้นบ้านและผู้ประกอบการ 

นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ  ประธานสมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองด้านสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (สคส.) กล่าวเรียกร้องให้ ปตท. ค้ำประกันรายได้ทั้งกลุ่มประมงพื้นบ้านและผู้ประกอบการระยะเวลา 5 ปี หากรายได้ยังลดลงต่อเนื่อง ปตท. ต้องรับผิดชอบ เพราะปัจจุบัน ปตท. ไม่มีข้อมูลว่าสัตว์น้ำในทะเลเกาะเสม็ดจะลดลงอย่างไร จากน้ำมันรั่วและสารเคมีที่นำมาขจัดคราบน้ำมันดังกล่าว แต่ปัจจุบัน ปตท.กลับโฆษณาชวนเชื่อและบังคับให้กลุ่มประมงพื้นบ้านรับเงินเยียวยา 3 หมื่นบาทเท่านั้น ดังนั้น ปตท.ต้องรับผิดชอบต่อความผิดพลาดของตัวเองที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่ในการประกอบอาชีพของประชาชน ตั้งแต่แรงงานภาคบริการ ท่าเรือ แพปลา ร้านอาหาร โรงน้ำแข็ง เป็นต้น