ยื่นศาลปกครองค้านขยายภาพโทษบนซองบุหรี่

  • วันที่ 25 มิ.ย. 2556 เวลา 21:48 น.

ยื่นศาลปกครองค้านขยายภาพโทษบนซองบุหรี่

กลุ่มผู้ค้ายาสูบ เตรียมยื่นศาลปกครองยกเลิกประกาศสธ.ขยายภาพคำเตือนบนซองบุหรี่เป็น 85% ระบุทำเกินกฎหมาย ไม่ถามคนมีส่วนได้เสีย

นางวราภรณ์ นะมาตร์ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมการค้ายาสูบไทย เปิดเผยว่า ในฐานะตัวแทนผู้ค้าปลีก 1,400 แห่งทั่วประเทศ จะยื่นเรื่องต่อศาลปกครอง ภายในวันที่ 4 กรกฎาคมนี้ เพื่อให้พิจารณายกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุขบังคับเพิ่มขนาดภาพคำเตือนสุขภาพ บนพื้นที่ซองบุหรี่ทั้งด้านหน้าและด้านหลังจาก 55% เป็น 85% ซึ่งจะมีผลบังคับใช้บุหรี่ทุกซองที่จำหน่ายในประเทศตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2556  พร้อมกับขอให้มีการคุ้มครองฉุกเฉินชั่วคราวในระหว่างพิจารณาคดีด้วย เพราะถือว่าเป็นการออกกฎหมายที่ไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ โดยที่กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการออกประกาศ โดยไม่ได้สอบถามความคิดกับผู้ที่มีส่วนได้เสียที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและยังถือว่าเป็นการดำเนินการเกินขอบเขตอำนาจตามกฎหมายด้วย

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีร้านค้าปลีกจำนวนหลายแสนรายที่ได้รับผลกระทบจากประกาศดังกล่าว ซึ่งภาพคำเตือนที่ใช้ในปัจจุบันก็ถือว่าใหญ่เป็นลำดับต้นของโลกอยู่แล้ว ซึ่งทุกคนก็ตระหนักถึงผลกระทบจากการสูบบุหรี่อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเพิ่มขนาดขึ้น ซึ่งสมาคมได้แสดงจุดยืนคัดค้านมาตลอด ตั้งแต่ทางกระทรวงฯ มีแนวคิดที่จะปรับเพิ่มขนาด แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับหรือพูดคุยกันถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อผู้ค้าส่ง ค้าปลีก ผู้ผลิต และแม้แต่ผู้นำเข้าบุหรี่จากต่างประเทศ จึงจำเป็นต้องเป็นตัวแทนเพื่อขอพึ่งอำนาจศาล เพื่อจะได้พิจารณาถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น หากยังคงให้ประกาศมีผลบังคับใช้ต่อไป

นางสาวอรอนงค์ ประทักษ์พิริยะ ผู้จัดการ ฝ่ายสื่อสารและกิจการภายนอก บริษัท ฟิลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด จำกัด ผู้นำเข้าบุหรี่มาร์ลโบโรกล่าวว่า จุดที่ทำให้บริษัทเข้าร่วมในการยื่นฟ้องศาลปกครองในครั้งนี้ เป็นเรื่องของเครื่องหมายทางการค้าที่บริษัทจดทะเบียนไว้ ซึ่งมีความสำคัญทางการแข่งขัน เพราะพื้นที่ที่เหลือ 15% นั้นไม่สามารถแสดงเครื่องหมายทางการค้าได้เลย และหากยังคงเดินหน้าให้ข้อบังคับมีผลบังคับใช้จะกระทบกับผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก รวมถึงพฤติกรรมการผู้บริโภคด้วย ที่อาจจะหันไปหาบุหรี่ที่มีซองสวยงาม ที่มีการลักลอบนำเข้า และราคาถูกลงแทน เพราะจากข้อมูลทางสถิติในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา พบว่าปริมาณผู้สูบบุหรี่ไม่ได้ลดลงเลย หากจะบังคับใช้เกณฑ์ดังกล่าว เพื่อลดการสูบบุหรี่ลง ก็คงไม่ตรงวัตถุประสงค์นัก

นายดนัย สุรวัฒนาวรรณ เจ้าของร้านสหการค้า จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ในแง่คนขายแล้ว จะเสียเวลาในการบริหารจัดการมาก เพราะตรายี่ห้อบุหรี่ที่เล็กลง จะทำให้เกิดความยุ่งยากในการจัดวางและนำไปสู่ความผิดพลาดในการหยิบ ซึ่งจะกระทบกับผลขาดทุน เพราะราคาบุหรี่แต่ละซองแตกต่างกัน

ข่าวอื่นๆ