ค้านปลุกผีเหมืองตะกั่วรอบทุ่งใหญ่นเรศวร

วันที่ 25 พ.ค. 2556 เวลา 20:45 น.
ค้านปลุกผีเหมืองตะกั่วรอบทุ่งใหญ่นเรศวร
ค้านกรมทรัพยากรธรณีปลุกผีเหมืองแร่ตะกั่ว ในเขตทุ่งใหญ่นเรศวร ไม่ใส่ใจสภาพแวดล้อมและมติหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ปิดถาวร

นายสุรพงษ์  กองจันทึก ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา กล่าวว่า เหมืองแร่บริเวณโดยรอบทุ่งใหญ่นเรศวร เหมือนผีที่ลงโลงไปแล้ว จากกรณีพบการปล่อยของเสียจากการแต่งแร่ลงสู่ธรรมชาติ ทั้งกรณีเหมืองคลิตี้และเหมืองเค็มโก้  โดยในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2541-2545 ได้มีมติหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ยุติการทำกิจกรรมเหมืองแร่โดยรอบเขตรักษาพันธุสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ทั้งเหมืองแร่และโรงแต่งแร่อย่างเด็ดขาด  และเร่งฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ให้รื้อถอนเครื่องจักร อุปกรณ์ บ้านพักคนงานออกนอกพื้นที่โดยเร็วที่สุด ตลอดจนดูแลสุขภาพของประชาชนโดยรอบ

นอกจากนี้แร่ตะกั่วเป็นสารพิษ ที่อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี สินแร่นี้อยู่ใต้ดินลงไประดับลึก  หากไม่มีการนำขึ้นมาก็จะไม่มีผลกระทบ  การทำเหมืองแร่ตะกั่วในบริเวณนี้เป็นการนำสารพิษขึ้นมาทำเหมืองแร่ ซึ่งทำให้พิษตะกั่วเพิ่มขึ้น แล้วปล่อยของเสียจากการทำเหมืองแร่ออกสู่ธรรมชาติ ประกอบกับสภาพดินบริเวณนี้มีหลุมยุบจำนวนมาก  ของเสียเหล่านี้จะไหลกับน้ำลงสู่หลุมยุบแล้วไปโผล่ในลำห้วยธรรมชาติ  ทำให้มีผลต่อสภาพแวดล้อม

"กรมทรัพยากรธรณีควรปรับเปลี่ยนนโยบายจากการส่งเสริมการทำเหมืองแร่เป็นการรักษาทรัพยากรธรณี เล่นงานผู้มีทำให้ทรัพยากรธรณีเสียหายหรือเป็นพิษ  ดังเช่นกรมป่าไม้ก็ได้ปรับเปลี่ยนจากการทำไม้เป็นรักษาป่าไม้และจับกุมผู้มาทำไม้  ขณะที่กรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ต้องเล่นงาน ผู้ประกอบการเหมืองแร่ที่บุกรุกยึดครองพื้นที่ป่าไม้อนุรักษ์ โดยไม่ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้เป็นป่าสมบูรณ์ดังเดิม

ที่สำคัญคือกรมควบคุมมลพิษต้องเร่งรัดฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ให้ปราศจากมลพิษตะกั่วโดยเร็ว เนื่องจากมีคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดออกมาแล้ว ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2556 ให้กรมควบคุมมลพิษจัดทำแผนการฟื้นฟู ภายใน 90 วัน แต่ปัจจุบันเลยมากว่า 100 วันแล้วก็ยังไม่เห็นแผนการฟื้นฟูตามคำพิพากษาของศาล" นายสุรพงษ์ กล่าว