ปปส.เปิดประมูลทรัพย์นักค้ายามูลค่ากว่า40ล.

วันที่ 17 ก.พ. 2556 เวลา 20:44 น.
ปปส.เปิดประมูลทรัพย์นักค้ายามูลค่ากว่า40ล.
ปปส.นำทรัพย์สินที่ยึดได้จากนักค้ายาเสพติดออกเปิดประมูลมูลค่ากว่า 40 ล้านบาทเพื่อนำเงินไปสนับสนุนกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

เมื่อวันที่ 17 ก.พ. สำนักงาน ป.ป.ส. จัดงานมหกรรมการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ยึดในคดียาเสพติด จำนวน 236 รายการ ทั้ง รถยนต์ เรือยอร์ช รถจักรยานยนต์ทองคำ เครื่องประดับ วัตถุมงคล รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 40 ล้านบาท

นายณรงค์ รัตนานุกูล ที่ปรึกษาการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด รักษาราชการแทน เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้สืบเนื่องจากผลงานการปราบปรามจับกุมเครือข่ายนักค้ายาเสพติดนับตั้งแต่ 11 ก.ย. 2554 - 14 ก.พ. 2556  สามารถจับกุมได้ 548,144 คดี ได้ผู้ต้องหา 532,637 คน ได้ของกลางยาบ้า 118,470,095 เม็ด ยาไอซ์ 2,118 กก. ส่งผลให้ ป.ป.ส บังคับใช้กฎหมายยึดทรัพย์ได้มากกว่า 6,695 ราย รวมมูลค่าประมาณ 2,336 ล้านบาท

สำหรับทรัพย์สินที่นำมาประมูลวันนี้ส่วนหนึ่งมาจากคดีสำคัญๆเช่น คดี ด.ต.มนัส เสือโพธิ์ และพวก ที่ลักลอบลำเลียงยาเสพติดและสามารถยึดทรัพย์จำนวน 80 รายการ มูลค่า 171 ล้านบาท อาทิ รถยนต์ฮอนด้าแอคคอร์ด รถจักรยานยนต์ฮาเล่ย์เดวิดสัน รวมทั้ง คดีของ น.ส.ปองคุณ กิตติกากุล ผู้ต้องหาลักลอบจำหน่ายยาไอซ์ที่ถูกจับกุมได้เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2554 และสามารถยึดทรัพย์สินได้ 50 รายการเป็นมูลค่า 53 ล้านบาท โดยทรัพย์สินของคดีที่ขายทอดตลาดในวันนี้คือรถยนต์นั่งยี่ห้อมินิคูเปอร์ป้ายแดง รถจักรยานยนต์ยี่ห้อดูคาติ

นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สินจากคดีนายดำรงเกียรติ นุกูล หรือ บังแป๊ว คลองไผ่ ที่ถูกจับกุมได้เมื่อวัน 11 ส.ค.2551 เป็นหนึ่งในสมาชิกเครือข่ายนักค้ายาเสพติดเรือนจำคลองไผ่  โดยทรัพย์สินที่นำเอาขายทอดตลาดในครั้งนี้คือเรือยอร์ช MW Marine 

ทั้งนี้นอกจากทรัพย์สินประเภทยานพาหนะแล้วยังมีทรัพย์สินประเภททองคำ ทองรูปพรรณเครื่องประดับนาฬิกาข้อมือและวัตถุมงคลอีกด้วย

นายณรงค์ กล่าวอีกว่า มาตราการยึดอายัดทรัพย์สินที่ได้จากการขายยาเสพติดเป็นวิธีสำคัญในการปราบปรามนักค้ายาเสพติดเป็นการทำร้ายแหล่งเงินทุนกับท่อน้ำเลี้ยงและวงจรการค้ายาเสพติดและหยุดยั้งการขยายตัวของปัญหายาเสพติดที่จะเกิดขึ้นอีกทั้งยังเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิดการค้ายาเสพติดนั้นท้ายที่สุดแล้วเครือข่ายนักค้ายาเสพติดทั้งรายใหญ่รายย่อยหรือกลุ่มผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดก็ไม่สามารถใช้ทรัพย์สินดังกล่าวได้ และไม่มีเหลือไปถึงบุคคลคนอื่นๆได้เลย

สำหรับเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินเหล่านี้ จะนำเข้าสู่กองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เพื่อนำไปใช้ในการบริหารจัดการการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดต่อไป