จี้ผู้สมัครผู้ว่าฯประกาศนโยบายแก้ปัญหาสตรี-เด็ก

วันที่ 06 ก.พ. 2556 เวลา 12:36 น.
จี้ผู้สมัครผู้ว่าฯประกาศนโยบายแก้ปัญหาสตรี-เด็ก
“เอ็นจีโอ” ชงผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ประกาศนโยบายแก้ปัญหาความรุนแรง ชูยุทธศาสตร์ป้องกันเยียวยาเด็ก-สตรี

นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวถึงนโยบายหาเสียงของผู้สมัครผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร ว่า แทบน้อยมากที่ผู้สมัครจะเน้นให้ความสำคัญกับนโยบายการแก้ปัญหาผู้หญิงและเด็ก เพราะส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องโครงสร้างการจราจร  อำนวยความสะดวก  ซึ่งยังไปไม่ถึงคุณภาพชีวิตที่แท้จริง  ทั้งที่เป็นเรื่องใกล้ตัว  แต่กลับไม่มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรม เช่น การชูนโยบาย “จะทำให้ผู้หญิงมีความสุข” ซึ่งเป็นประเด็นที่กว้างเกินไปไม่รู้ว่าผู้หญิงจะมีความสุขแบบไหน

นอกจากนี้ผู้สมัครเน้นเรื่องโครงสร้างเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน แต่อย่าลืมว่ามหานครแห่งอาเซียน ไม่ได้มีแค่เรื่องตึก หรือโครงสร้างอย่างเดียว ควรพูดถึงคนที่อยู่ในมหานครด้วย และตอบโจทย์คนทุกกลุ่ม ตั้งแต่เด็ก เยาวชน วัยทำงาน ผู้สูงอายุ รวมถึงต่างชาติ

นายจะเด็จ กล่าวอีกว่า ผู้สมัครควรให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพชีวิต ควรแก้ที่ต้นเหตุหรือรากของปัญหา สิ่งที่ผู้หญิงต้องการตอนนี้คือความปลอดภัยในชีวิต ไม่ใช่การวนเวียนอยู่กับเรื่องที่ห่างไกลและฉาบฉวย 

ทั้งนี้หากดูข้อมูลความรุนแรงจะพบว่าเพิ่มขึ้นทุกปี และแต่ละปีมีข่าวความรุนแรงในครอบครัวมากถึง300-400 ข่าว ส่วนใหญ่เป็นคดีทำร้ายร่างกาย การฆ่ากัน นอกจากนี้ สถิติปี2555 ที่มูลนิธิได้ให้คำปรึกษาในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล มีมากถึง 202 รายและ 70% เป็นกลุ่มผู้หญิง ส่วนปัญหาที่พบ คือ ความรุนแรงในครอบครัว การถูกทำร้ายร่างกาย ปัจจัยมาจากการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งตรงนี้ต่างหากคือของจริงที่ต้องนำมาพูด

“จากการหารือร่วมกับองค์กรเครือข่ายผู้หญิง ต่างต้องการเห็นความชัดเจน การแก้ปัญหาแบบครบวงจร ทั้งเชิงป้องกันและเยียวยา เพราะต้องไม่ลืมว่า ประชากรผู้หญิงในกรุงเทพฯ มีสิทธิเลือกตั้งมากกว่าผู้ชาย หรือประมาณ 60% จึงอยากให้ผู้สมัครให้ความสำคัญและประกาศเป็นนโยบายก่อนถึงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง เช่น มีศูนย์ช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กในกรุงเทพฯทั้ง 50 เขต ตลอด24 ชั่วโมง  เพราะเวลาเกิดเหตุจะได้ช่วยเหลือหรือแจ้งได้อย่างทันท่วงที  นอกจากนี้ ควรมีงบประมาณในส่วนของกทม.สนับสนุนให้ผู้หญิงมีบทบาทเข้าไปบริหารชุมชนของตนเองให้เกิดความเข้มแข็ง ปลอดจากอบายมุข สามารถพัฒนาเติบโตต่อไปได้” นายจะเด็จ กล่าว

ด้าน นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ กล่าวว่า อยากให้ผู้สมัครตอบเด็กและเยาวชนให้ชื่นใจ ในเรื่องนโยบายเกี่ยวกับการส่งเสริม พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน เช่นนโยบายการควบคุมปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ว่าจะมีมาตรการอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะแนวทางการจัดระเบียบร้านเหล้ารอบสถานศึกษา การเข้มงวดการห้ามขายให้แก่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี  การห้ามจำหน่ายในสถานที่ต้องห้ามเป็นต้น 

“ผู้สมัครแต่ละท่านรู้หรือไม่ว่าโดยตำแหน่งผู้ว่าฯ ต้องเป็นประธานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กทม. ตามกฎหมายด้วย   ซึ่งเป็นหน้าที่สำคัญ ในการทำให้พื้นที่ กทม. มีการบังคับใช้ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 อย่างจริงจัง  เพื่อลดปัญหาต่างๆลงได้ อย่างไรก็ตาม เครือข่ายเด็กและเยาวชนกำลังจับตาว่าผู้สมัครท่านใด  จะมีนโยบายที่โดนใจและป้องกันแก้ไขปัญหานี้ได้จริง” นายธีรภัทร์กล่าว