มท.สั่งทุกจังหวัดรับมืออุบัติภัยช่วงตรุษจีน

วันที่ 21 ม.ค. 2556 เวลา 15:22 น.
มท.สั่งทุกจังหวัดรับมืออุบัติภัยช่วงตรุษจีน
มหาดไทยสั่งการทุกจังหวัด และ กทม.เตรียมพร้อมรับมือไฟไหม้และอุบัติภัยในช่วงตรุษจีน

นายวิบูลย์  สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลตรุษจีนระหว่างวันที่ 7-11 ก.พ. จะมีการสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และบรรพบุรุษตามความเชื่อของคนไทยเชื้อสายจีน จะมีการจุดธูปเทียนบูชา เซ่นไหว้ เผากระดาษเงิน กระดาษทอง ตลอดจนการจุดประทัดตามศาลเจ้า อาคารย่านธุรกิจ บ้านเรือนที่อยู่อาศัย และบางพื้นที่มีการจุดพลุ ประทัด ดอกไม้เพลิงเป็นจำนวนมาก หากขาดการกำกับควบคุมที่ดี อาจส่งผลให้เกิดไฟไหม้ได้

ทั้งนี้ เพื่อเตรียมการป้องกันและเฝ้าระวังการเกิดไฟไหม้ และเกิดอุบัติเหตุจากการจราจรที่อาจเกิดขึ้นในห้วงเวลาดังกล่าว กระทรวงมหาดไทยจึงได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด และกทม. ดำเนินการ ดังนี้

1.ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง และกทม.สำรวจ ตรวจสอบและจัดทำแผนเผชิญเหตุด้านการป้องกันและระงับอัคคีภัย ในสถานประกอบการ สถานบริการ พื้นที่ชุมชน ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ โดยเน้นการปฏิบัติงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน

2.ให้กำชับเจ้าหน้าที่ หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน เพิ่มมาตรการในการป้องกันและระงับอัคคีภัย โดยส่งเสริมการให้ความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางปฏิบัติตนแก่ประชาชนในการป้องกันและระงับอัคคีภัยเบื้องต้น

3.กำชับให้ เฝ้าระวัง ตรวจตรา อาคารบ้านเรือนพื้นที่ชุมชน สถานประกอบการ และสถานบริการ ถึงการป้องกันและเตรียมความพร้อมในกรณีที่เกิดเหตุอัคคีภัยขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานที่ที่มีการจัดงานเฉลิมฉลอง และมีการจุดพลุ ประทัด ดอกไม้เพลิง ให้มีการเตรียมการป้องกัน และใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ และให้ปฏิบัติตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 โดยเคร่งครัด

4.กำชับให้ผู้อำนวยการเขต หรือเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในพื้นที่ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางน้ำ จังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับทะเล เข้มงวดตรวจตราอาคารสถานที่ โป๊ะ ท่าเทียบเรือโดยสาร ที่มีสภาพไม่มั่นคง แข็งแรง เพื่อซ่อมแซมให้มั่นคงแข็งแรง

5.ให้เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และจัดเจ้าหน้าที่และวางระบบสื่อสารเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งประสานหน่วยงานด้านสาธารณสุข เตรียมความพร้อมรับผู้บาดเจ็บเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว

6. ให้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยทางถนน และเข้มงวด กวดขัน ให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน โดยให้ดำเนินการกับผู้กระทำผิดรวมทั้งขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร ขับรถย้อนศร โทรศัพท์ขณะขับรถ และแซงในที่คับขันอย่างเคร่งครัด

7. ให้จัดชุดเจ้าหน้าที่และสั่งใช้สมาชิกอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) พร้อมทั้งขอความร่วมมือตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมในทุกด้าน

และ 8. เมื่อเกิดไฟไหม้ หรืออุบัติภัย ที่ทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ให้ดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุที่กำหนด และรายงานให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทราบทันที