ทบ.คุมพลทหารกร่างตบคู่กรณีส่งตำรวจ

วันที่ 13 ธ.ค. 2555 เวลา 15:13 น.
ทบ.คุมพลทหารกร่างตบคู่กรณีส่งตำรวจ
กองทัพบกคุมตัวพลทหารกร่างขับรถปาดหน้า-ตบคู่กรณีส่งให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฏหมายแล้ว ด้านเจ้าตัวรับผิด-พร้อมขอขมา (ชมคลิป)

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอผ่านสังคมออนไลน์เหตุการณ์ที่ชายมีอาการคล้ายกับเมาสุราอ้างตัวเป็นทหารทำร้ายร่างกายผู้หญิง ว่า กองทัพบกไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องดังกล่าวและได้ตรวจสอบแล้วพบว่าชายที่ปรากฏในภาพที่อ้างตัวเป็นทหารยศนายสิบนั้นแท้จริงแล้วเป็นพลทหาร สังกัดกองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 แต่กำลังจะปลดประจำการในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยทางต้นสังกัดได้สอบสวนและคุมตัวไว้ภายในหน่วยแล้ว โดยจะมีการลงโทษทางวินัยต่อไป ทั้งนี้โทษสูงสุดถึงขั้นจำขัง เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายสร้างความเสื่อมเสียแก่กองทัพบก

“ขณะนี้ผบ.หน่วยเรียกเจ้าตัวไปคุยแล้ว เขาก็ยอมรับและสำนึกผิด ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ที่แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมออกมา ตอนนี้เขามีเจตนาที่จะขอขมาผู้เสียหาย อย่างไรก็ตามพลทหารคนนี้ ยังไม่ได้ข้อมูลรายละเอียดว่าขณะเกิดเหตุอยู่ในอาการเมาสุราหรือไม่” รองโฆษกทบ. กล่าว

พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า สำหรับโทษทางคดีอาญานั้นขึ้นอยู่กับผู้เสียหายซึ่งทราบว่าได้มีการแจ้งความดำเนินคดีแล้วและตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาส่งฟ้องต่ออัยการทหารต่อไป ยืนยันว่ากองทัพบกจะไม่ปกป้องกำลังพลที่กระทำความผิด เนื่องจากเป็นนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ได้เน้นย้ำอยู่เสมอและกองทัพบกก็จะติดตามการดำเนินการของต้นสังกัดอย่างใกล้ชิด

ที่สภ.เมืองนนทบุรี นายสัตวแพทย์จนัธ นิยมสุจริต อายุ 33 ปี สัตว์แพทย์โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมด้วย สัตวแพทย์หญิงภัณทิรา เมฆทอง อายุ 29 ปี เข้าพบ ร.ต.ต.ปิยะณัฐ เจียมรัมย์ พนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมคดีคนร้ายอ้างตัวเป็นทหาร ขับรถปาดหน้าบังคับให้จอดก่อนจะลงจากรถมาชกต่อยทำร้ายร่างกาย จนนายสัตวแพทย์จนัธได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะและใบหน้าขวา

ทั้งนี้เหตุดังกล่าวที่ปรากฏตามคลิปเกิดบนสะพานข้ามแยกถนนติวานนท์มุ่งหน้าสี่แยกแคลาย อ.เมือง จ.นนทบุรี เมื่อวันที่11ธ.ค.2555 โดยผู้ก่อเหตุอ้างว่า เป็นสารวัตรทหาร โดยระหว่างเกิดเหตุสัตวแพทย์หญิงภัณทิราได้ใช้โทรศัพท์ถ่ายภาพเหตุการณ์ไว้ได้โดยตลอดก่อนเข้ามาแจ้งความที่สภ.เมืองนนทบุรี

ต่อมา นายทหารพระธรรมนูญได้พาตัวพลทหาร ศักดิ์ชาย ไชยนอก อายุ 24 ปี สังกัดกองร้อยที่ 1 พัน.ร.มทบ.11 เข้าพบพนักงานสอบสวนและไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปสังเกตการณ์โดยใช้เวลาในการสอบสวนนานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนนายทหารพระธรรมนูญจะคุมตัวพลทหารศักดิ์ชายเดินทางกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสอบสวนกล่าวว่าเบื้องต้นพลทหารดังกล่าวให้การรับสารภาพว่าเป็นคนที่ทำร้ายคู่กรณีจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ ทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจด้วยการขู่เข็ญ ดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้า