ศอ.รส.ใช้แก๊สน้ำตาหากม็อบแรง

วันที่ 23 พ.ย. 2555 เวลา 17:04 น.
ศอ.รส.ใช้แก๊สน้ำตาหากม็อบแรง
ผอ.ศอ.รส. ยืนยันไม่สลายม็อบหากรุนแรงใช้แก๊สน้ำตา  ลั่น พร้อมรับผิดชอบ รับยังห่วงมือที่3ป่วน

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส. กล่าวถึงกรณีการประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคง ควบคุม การชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม ที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ในวันพรุ่งนี้(24พ.ย.) ว่า จากการประเมินด้านการข่าวพบว่าผู้ชุมนุมจะมีการยกระดับการชุมนุม รวมถึงจะมีจำนวนมากจึงจำเป็นต้องประกาศใช้ พรบ.ดังกล่าวเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมการพกพาอาวุธเข้ามาในพื้นที่ และมีอำนาจในกฎหมาย โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อรักษาความปลอกภัยให้กลุ่มผู้ชุมนุมและรักษาพื้นที่สำคัญ โดยยืนยันว่าไม่ได้มีไว้ใช้สลายการชุมนุม และหากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นก็พร้อมรับผิดชอบ นอกจากนี้ยังคงห่วงเรื่องมือที่3 ที่อาจเข้ามาสร้างสถานการณ์ โดยมีการติดตามสถานการณ์ด้านการข่าวอย่างใกล้ชิด

ขณะที่ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผอ.ศอ.รส.กล่าวถึงกฎการใช้กำลัง ว่า เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติตามหลักสากล โดยจะมีการแจ้งเตือนผู้ชุมทุกครั้ง ซึ่งในเบื้องต้นจะใช้แก๊สน้ำตาแบบชนิดขว้าง ชนิดน้ำ และกระสุนยางที่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ชุมนุม โดยจะเน้นไม่ให้เกิดการประทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุม ซึ่งได้มีการนำแท่นแบริเออร์และลวดหนามมาทำเป็นแนวป้องกัน โดยหากผู้ชุมนุมมีความพยายามที่จะบุกรุกเข้าไป เจ้าหน้าที่ก็จะใช้แก๊สน้ำตาทันที

ด้าน พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.ระบุว่า ได้สั่งการให้มีการตั้งจุดตรวจ13จุดบริเวณโดยรอบการชุมนุม และจุดคัดกรองผู้เข้าร่วมชุมนุมอีก 2 จุด ได้แก่บริเวณแยกวัดเบ็ญจ และแยกพล1 พร้อมทั้งสั่งให้ทุก สน.ตั้งด่านตรวจค้นในพื้นที่ 2 จุด เพื่อป้องกันการพกอาวุธเข้ามาในพื้นที่การชุมนุม ซึ่งทุกจุดจะมีผู้บัญชาการเหตุการ และการ์ดของกลุ่มผู้ชุมนุมร่วมตรวจค้นด้วยนอกจากนี้ได้มีการจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว 4 ชุด ชุดละ20นายไว้คอยเข้าควบคุมและแก้ไขสถานการณ์ต่างๆที่อาจเกิดขึ้น ทุกขั้นตอนจะเป็นไปอย่างโปร่งใส ปราศจากอาวุธ

ทั้งนี้ พล.ต.อ.อดุลย์  ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมกำลังพลกองร้อยควบคุมฝูงชนที่จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ควบคุมสถานการณ์การชุมนุม โดยได้เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้วพร้อมทั้งกำชับให้ตำรวจทุกนายปฎิบัติตามขั้นตอนตามที่ได้วางไว้ ทั้งนั้นได้มีการประสานงานสถานที่จะรองรับกลุ่มผู้ชุมนุมหากมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ส่วนกรณีในวันพรุ่งนี้ที่มีกระแสข่าวว่าพลเอกบุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ จะมีการเปิดคลิปวีดิโออีกฝ่ายหนึ่งที่ละเมิดสถาบัน และเปิดโปงการทุจริตต่างนั้น ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ก็จะมีการดำเนินการบันทึกภาพหากพบมีการกระทำผิดก็จะดำเนินการตามกฎหมาย สำหรับการข่าวในขณะนี้ ยอดกลุ่มผู้ชุมนุมอาจมีถึง 50,000 คนขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกำลังพล112กองร้อยหากมีกลุ่มผู้ชุมนุมมากันจำนวนมากเกินกว่าจะควบคุมก็จะมีการพิจารณาจัดส่งกำลังพลเพิ่มแต่ต้องมีการประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป