นครบาลล่าแว้นไล่ยิงข้ามท้องที่

วันที่ 12 พ.ย. 2555 เวลา 13:26 น.
นครบาลล่าแว้นไล่ยิงข้ามท้องที่
ตำรวจนครบาลล่าแว้นซิ่งไล่ยิงกันข้ามท้องที่ 3จุด รอตรวจสอบวิถีกระสุนอย่างละเอียด คาดเขม่นกันซึ่งหน้า 

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.มานิต วงศ์สมบูรณ์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม เปิดเผยความคืบหน้าคดีกลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถจยย.ไล่ยิงถล่มคู่อริ 3 จุด เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย เมื่อกลางดึกวันที่ 9 พ.ย. ที่ซอยเทอดไท 33 แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี ไปจนถึงซอยจอมทอง 14 แขวงบางค้อ เขตจอมทอง เป็นระยะทางกว่า 4 กิโลเมตร จนปลอกกระสุนเกลื่อนเต็มถนน ว่า ก่อนเกิดเหตุกลุ่มผู้เสียชีวิตได้ขี่รถจยย.มา 4 คัน รวม 7 คน ไปตามถนนจอมทอง 13 เลี้ยวเข้าเส้นถนนวุฒากาศ และมาพบกับกลุ่มคนร้ายที่ขี่รถจยย.มากัน 4-5 คัน ประมาณ 7-9 คน เกิดการเขม่นกันและตะโกนต่อว่าพร้อมกับชูของลับให้กัน

จากนั้นกลุ่มผู้เสียชีวิตก็ได้ขี่รถจยย.กันไปต่อ และพบว่ากลุ่มคนร้ายได้วนรถจยย.กลับมา ซึ่งกลุ่มผู้เสียชีวิตรู้ตัวแล้วว่าจะมีเรื่องจึงได้เร่งเครื่องหลบหนี กระทั่งทั้ง 2 กลุ่มไล่ยิงกันมาจนถึงภายในซอยเทอดไท 33 แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี กทม. ภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายที่ขี่รถจยย.ตามมาได้ คนขับสวมเสื้อแดง ส่วนคนซ้อนใส่หมวกกันน็อคสีขาวและเป็นคนใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มผู้เสียชีวิต จนมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย บาดเจ็บอีก 1 ราย

จากนั้นกลุ่มคนร้ายขี่รถจยย.ไล่ตามมาทันอีกจุดหนึ่งที่บริเวณภายในซอยจอมทอง 14 แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กทม. ซึ่งเป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อกัน กลุ่มคนร้ายได้ยิงคู่อริ มีผู้เสียชีวิต 2 ราย อีกจุดที่ได้รับแจ้งในพื้นที่ สน.ตลาดพลู มีคนได้รับบาดเจ็บ 2 ราย

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้เก็บปลอกกระสุนทั้ง 3 จุด รวม 17 ปลอก ส่งให้กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.)ตรวจสอบแล้ว พบว่า จุดเกิดเหตุในพื้นที่สน.บุคคโล บริเวณซอยเทอดไท 33 และสน.บางขุนเทียน บริเวณซอยจอมทอง 14 นั้น เป็นอาวุธปืนที่ยิงมาจากกระบอกเดียวกันและเป็นคนเดียวกัน

ส่วนในท้องที่สน.ตลาดพลู เป็นอาวุธปืนคนละกระบอกกัน แต่กระสุนที่เก็บได้ทั้งหมดจะเหมือนกันหมดคาดว่าอาจมาจากกล่องเดียวกัน แต่บรรจุกระสุนใส่อาวุธปืนคนละกระบอกแต่เป็นคนเดียวกันใช้ปืน หรือว่าอาจเป็นคนละคนกันที่ยิง ซึ่งจะต้องตรวจสอบพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดอีกครั้ง โดยในส่วนนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้

“จากการสอบถามกลุ่มคนเจ็บทราบว่าไม่ได้มีเรื่องโกรธเคืองกับฝ่ายตรงข้ามมาก่อน แต่อาจจะเป็นการมองหน้ากันและเกิดเขม่นกันขึ้นเฉพาะหน้าจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนหาข้อมูลเบาะแสเพิ่มเติม เพราะมีพยานชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์อยู่เป็นจำนวนมาก”พล.ต.ต.มานิตกล่าว