แจ้งจับสองผัวเมียตุ๋นคนพิการลงทุนแชร์17ล้าน

วันที่ 05 พ.ย. 2555 เวลา 13:42 น.
แจ้งจับสองผัวเมียตุ๋นคนพิการลงทุนแชร์17ล้าน
กลุ่มคนพิการหูหนวกเป็นใบ้ร้องกองปราบจับ 2 ผัวเมียหลอกลงทุนแชร์ลูกโซ่ หอบเงินกว่า 17 ล้านหนี

ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) น.ส.สิรินทร์ จารีตเสถียร ล่ามจากสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยกลุ่มคนพิการหูหนวกและเป็นใบ้ จาก กทม.และจังหวัดต่างๆ รวม 9 ราย เดินทางเข้าร้องเรียนต่อ พ.ต.ท.เหรียญ บัวลา พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ กก.2 บก.ป.เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายสรายุทธ ภักดีศุภฤกษ์ อายุ 50 ปี และนางอารียา พินิจสุวรรณ อายุ 50 ปี สองสามีภรรยาในข้อหาฉ้อโกง หลังจากหลอกลวงผู้เสียหายแชร์โควต้าของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 17 ล้านบาท

น.ส.สายหยุด ศรีศิริทรัพย์ อายุ 40 ปี ชาว จ.นนทบุรี หนึ่งในผู้เสียหาย ส่งภาษามือผ่านล่ามแปลว่า พิการเป็นใบ้ ทำอาชีพจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล เมื่อประมาณเดือนพ.ค. 2554 โดยนายสรายุทธ และนางอารียา ชักชวนให้ร่วมลงทุนโควต้าสำนักงานสลากกินแบ่งฯ อ้างว่าจะได้รับเงินปันผลดี ซึ่งหากนำเงินมาร่วมลงทุนหน่วยละ 5 หมื่นบาท ในทุกๆ 3 เดือน ก็จะได้รับเงินปันผลคืน 1 หมื่นบาท และเมื่อครบกำหนด 3 ปี จะได้เงินต้นคืนทั้งหมด

เมื่อเห็นเชื่อว่าได้ผลตอบแทนที่ดี น.ส.สายหยุด จึงตัดสินใจลงทุนเป็นเงิน 12.5 ล้านบาท ได้รับเงินปันผลกลับคืนมา 1.8 ล้านบาท ในระยะเวลา 1 ปี ระหว่างนั้นได้ชักชวนผู้เสียหายรายอื่นที่เป็นผู้พิการ ร่วมลงทุนด้วย

ล่ามแปลภาษามือจาก น.ส.สายหยุด อีกว่า กระทั่งประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา พอถึงระยะเวลาได้รับเงินปันผล สองสามีภรรยากลับไม่ยอมจ่ายเงินปันผลคืนให้  โดยหาข้ออ้างบ่ายเบี่ยงมาตลอด ทำให้พวกเธอที่ลงทุนไปรู้สึกสงสัยในพฤติการณ์  จึงไปตรวจสอบรายชื่อยี่ปั๊วกับทางสำนักงานสลากกินแบ่งฯ กลับไม่พบว่ามีรายชื่อของทั้งสอง จึงเชื่อว่าถูกหลอกลวงและพยายามติดต่อเพื่อขอเงินคืน พร้อมกับกลุ่มผู้เสียหายรายอื่นๆ รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 17 ล้านบาท แต่ทั้งสอง ก็ไม่ยอมคืนเงินให้ จึงตัดสินใจรวมตัวกันเข้าแจ้งความในครั้งนี้ เพื่อขอให้ตำรวจ บก.ป.ดำเนินคดีกับบุคคลทั้งสอง เพื่อไม่ให้ไปหลอกลวงใครได้อีก

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลยังพบว่า มีกลุ่มคนพิการถูกหลอกลวงเกือบ 100 คน ทั่วประเทศ แต่ยังไม่กล้าแจ้งความดำเนินคดี โดยเบื้องต้น พ.ต.ท.เหรียญ ได้รับเรื่องและสอบปากคำผู้ร้องเอาไว้ ก่อนนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป