รวบหนุ่มอ้างฝากเข้าทำงานบินไทยได้

วันที่ 09 ต.ค. 2555 เวลา 15:35 น.
รวบหนุ่มอ้างฝากเข้าทำงานบินไทยได้
กองปราบจับหนุ่มแสบอ้างเป็นหลานผู้บริหารการบินไทยฝากทำงานเป็นแอร์โฮสเตสได้

ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.นิรันดร์ นามสุวรรณ ผกก.2 บก.ป. สั่งการให้ พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ สว.กก.2 บก.ป. พร้อมกำลังจับกุม นายทวีวัฒน์ ธนธีระเศรษฐ์ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43/48 หมู่ 8 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ตามหมายจับศาลแขวงนนทบุรี ลงวันที่ 28 ธ.ค. 2554 ข้อหา ฉ้อโกง โดยจับกุมได้ที่ หน้าร้านโออิชิแกรนด์ ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร

ทั้งนี้ เมื่อเดือนมิ.ย. 2554 ผู้ต้องหาหลอกผู้เสียหายว่าสามารถฝากเข้าทำงานเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้แต่ต้องเสียค่าดำเนินการทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อจ่ายเงินให้แต่กลับไม่ได้เข้าทำงานตามที่ตกลงกันไว้ สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ

อย่างไรก็ตาม ขณะที่ผู้ต้องหาถูกสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาอยู่นั้นได้มีพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. และผู้เสียหายอีกรายประสานงานกับตำรวจชุดจับกุมเพื่อขออายัดตัวผู้ต้องหารายนี้มาดำเนินคดีเพิ่มเติมเนื่องจากเป็นบุคคลเดียวกับที่ก่อดคีฉ้อโกงโดยใช้พฤติกรรมหลอกลวงลักษณะเดียวกัน จำนวน 2 คดี โดยคดีแรก ผู้เสียหายรายหนึ่งเดินทางเข้ามาชี้ตัวผู้ต้องหาว่าเป็นคนเดียวกับที่ติดต่อกันทางโซเชียลแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือโดยอ้างว่าเป็นหลานของผู้บริหารการบินไทยสามารถฝากเข้าเป็นพนักงานการบินไทยแต่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ

จากนั้นผู้ต้องหาได้นำเอกสารที่เกี่ยวกับการว่าจ้างเข้าทำงานมาสร้างความน่าเชื่อถือว่ามีการดำเนินการให้แล้วจริงๆทำให้ผู้เสียหายรายนี้หลงเชื่อจ่ายเงินให้ไป 5 หมื่นบาท แต่หลังจากนั้นผู้ต้องหาก็บ่ายเบี่ยงอ้างว่าผู้บริหารยังไม่ได้ลงนาม หรือผู้บริหารติดภารกิจสำคัญยังไม่ได้ดูเอกสาร

ส่วนคดีที่มีการแจ้งความไว้กับพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.นั้นทราบว่า ผู้ต้องหารายนี้ได้เปิดใช้บริการเฟซบุ๊ก  เครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดัง ในชื่อ รุจธร กฤดากร ณ อยุธยา อ้างตัวเป็นนักบินการบินไทย และรู้จักกับผู้บริหาร ปตท. สามารถฝากผู้เสียหายเข้าทำงานที่ ปตท.ได้ทำให้ผู้เสียาหลงเชื่อเสียเงินให้ไปกว่า 2 แสนบาท เหตุเกิดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่เมื่อทราบว่าถูกหลอกจึงมาแจ้งความที่ กก.1 บก.ป. ซึ่งคดีอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับ

จากการสอบถามเบื้องต้นผู้ต้องหาก็ยอมรับว่า เป็นผู้ก่อเหตุทั้งสองคดีดังกล่าวแต่ที่ถูกกล่าวหาว่าเปิดเฟสบุ๊คหลอกลวงผู้อื่นนั้นไม่เป็นความจริง ส่วนเอกสารต่างๆที่ใช้แอบอ้างนั้นก็ทำขึ้นเอง สาเหตุที่ต้องหลอกลวงคนอื่นเพราะไม่มีงานทำและไม่มีเงินใช้ นอกจาก 3 คดีดังกล่าวแล้วผู้ต้องหายังยอมรับว่า เคยถูกชุดสืบสวน สน.บางซื่อ จับกุมเมื่อปี 2554 ในคดีลักษณะเดียวกันนี้แต่ผู้เสียหายแจ้งความไว้ที่ สภ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทราหลังถูกหลอกเงินไป 1.5 แสนบาทเป็นค่าดำเนินการฝากเข้าเป็นพนักงานการบินไทยแต่ตนได้ชดใช้ค่าเสียหายจบเรื่องนั้นไปแล้ว ส่วนคดีนี้ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาส่ง สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ดำเนินคดีต่อไป