ยิง อสม.หญิงเจาะไอร้องดับ

วันที่ 09 ต.ค. 2555 เวลา 09:57 น.
โจรใต้ยิง อสม.หญิงเสียชีวิต 1 ศพที่เจาะไอร้อง ขณะขี่ จยย. ออกไปกรีดยาง

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 9 ต.ค. 55 ร.ต.ท.กวีพัฒน์ ไกรเพิ่ม ร้อยเวร สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงบนถนนจารุเสถียรสายสุไหงปาดี-เจาะไอร้อง ช่วงบริเวณบ้านซอมอง ม.11 ต.มะรือโบออกจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ประยงค์ โคตรสาขา ผกก.สภ.เจาะไอร้อง พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่บนถนน พร้อมปลอกกระสุนปืนพกสั้น ขนาด 9ม.ม.ตกอยู่จำนวน 5 ปลอก ส่วนผู้เสียชีวิตพลเมืองดีได้นำตัวส่งรักษาโรงวพยาบาลเจาะไอร้องไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อคือ นางสือน๊ะ เซ็ง อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 263/6 ม.8 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านไอปาแย ม.8 ต.จวบ มีบาดแผลถูกกระสุนปืนพกสั้นขนาด 9 ม.ม.ของคนร้ายที่บริเวณ ขมับขวา หัวไหล่ขวา และสีข้างขวา รวม 3 นัด เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวน นายสะมะแอ เซ็ง อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นสามีนางสือน๊ะ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขี่รถ จยย.ออกจากบ้านพักโดยมีภรรยานั่งซ้อนท้ายเพื่อเดินทางไปกรีดยางพารา และเมื่อขี่รถจยย.ออกจากบ้านพักได้ประมาณ 1 ก.ม. น.ส.ไซตง อูมา อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36/1 ม.3 ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ได้โบกรถเพื่อขอซ้อนท้ายรถ จยย.เดินทางไปทำธุระ โดยน.ส.ไซตงนั่งท้ายสุด เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายจำนวน 2 คน ขี่รถ จยย.แบบผู้หญิงไม่ทราบยี่ห้อสีและแผ่นป้ายทะเบียนเป็นพาหนะ เมื่อสบโอกาสคนร้ายได้ขี่รถ จยย.เข้าประชิด ให้คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9ม.ม.ออกมายิงใส่ผู้ตายซึ่งนั่งกลาง จำนวน 5 นัดซ้อน เมื่อถูกกระสุนปืนผู้ตายและ น.ส.ไซตง ได้ตกจากท้ายรถ จยย.ที่นายสะมะแอ เป็นผู้ขับขี่ ลงไปในป่ารกทึบริมทาง นายสะมะแอ เห็นดังนั้นจึงได้รีบขี่รถ จยย.หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว และเมื่อนายสะมะแอ เห็นกลุ่มคนร้ายขี่รถหลบหนีไปแล้ว นายสะมะแอ จึงได้ขี่รถ จยย.มาดูภรรยาและเห็นภรรยาถูกยิงจึงได้ขอความช่วยเหลือพลเมืองดีที่ขับรถยนต์กระบะผ่านมาเพื่อนำตัวภรรยาส่งรักษาที่โรงพยาบาลเจาะไอร้อง แต่อาการสาหัส นางสือน๊ะ ได้เสียชีวิตลงในเวลาต่อมา

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อสร้างสถานการณ์ร้ายรายวัน

บทความแนะนำ